| KaowMai's profileLittle Moo's spacePhotosBlogLists | Help |
|
August 06 บทเพลงของเราอีกนานไหมฉันก็ไม่รู้ อีกกี่เดือนหรือจะอีกปี
กี่หมื่นพันล้านความทรงจำที่มีไม่เคยไม่คิดถึงเธอ
เมื่อวันที่คน "ขี้หมา" แบบฉันได้ฟังบทเพลง "ของเรา"
คนของความทรงจำที่แม้ปัจจุบันก็ยังอยู่เคียงข้างกันเสมอ
หลายสัปดาห์มานี้ ถึงจะได้ยินได้ฟังคำตัดพ้อต่อว่า
"ไม่มีเวลาให้เลย" กับอาการงอแงเล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ
"ว่าจะหาหมอที่โรงพยาบาลรามาฯ"
"ก็มาสิ น่าจะมีคลินิคนอกเวลาอยู่หรอก มาป่ะเดี๋ยวถามให้"
"หึ ไม่อ่ะ หาหมอรามาฯ เธอก็ไม่อยู่ อยู่ดี"
"เค้าหาหมอกับตัวเองก่อนก็ได้ เดี๋ยวค่อยไปกับเพื่อน"
ระหว่างทางกลับ..
"มีของขวัญมาให้"
"อะไรอ่ะ"
"ซีดี นี่ตั้งใจทำมากเลยนะ มีความหมายทุกเพลง"
ฉันแอบยิ้ม.. ปกติที่ได้รับเพลงที่เขารวมใส่ซีดีมาให้ทุกเดือนนั้น
เขาจะบอกว่า 'ไม่มีความหมายอะไรเป็นพิเศษนะ รวมมาให้ฟังเฉยๆ'
"เปิดให้เค้าฟังหน่อยดิ"
"ไว้ค่อยฟังตอนอยู่คนเดียวเหอะ"
"ไม่อาววว จะฟังตอนนี้ นาวววว"
..
มีคนนึงเคยใช้เพลงนี้ ขอคืนดีเค้าด้วยแหละ
ตอนเลิกกันน่ะ
"ไม่เข้าท่า เพลงนี้เขาต้องฟังตอนรักกันต่างหาก"
เจ้าของซีดี เถียงคอเป็นเอ็น
"ทำไมเลือกเพลงนี้ให้เค้าอ่ะ"
เจ้าของซีดีหัวเราะ "บอกแล้วไง ว่าให้ฟังตอนอยู่คนเดียว
ทุกเพลงมีความหมายหมด แต่อยากให้คิดเอง.."
เอิ๊กก.. เพลงพวกนี้ เป็นเพลง "บอกรัก"
บางเพลงเป็น "เพลงของความทรงจำ" ของเราสองคน
"อั๊ย.. ทำไมเลือกเพลงนี้ เคยเกลียดเค้าหรอ เคยไล่เค้าตอนไหนอ่ะ"
ไม่มีคำตอบนอกจากรอยยิ้ม
"กรี๊ดดดดดดด.. ชอบเพลงนี้ ชอบมาก" ฉันแหกปากลั่นรถ
"ทำพลาดแล้ว ชอบขนาดนี้ไม่ต้องฟังกันหลายรอบเลยหรอเนี่ย"
"แน่นอน.." พูดแล้วฉัน repeat เพลงนี้อีกรอบ
ฉันไม่เคยใคร ไม่ขวา ไม่ซ้าย ไม่สมบูรณ์ไป
ไม่มองแง่ร้ายหรือเอาแต่ใจ แต่มีอะไรไม่ธรรมดา..
ฉันไม่เคยเจอใคร ไม่เร็วไม่ช้า ไม่น้อยเกินไป
แต่มีอะไรที่ดีกว่าใคร ลงตัวกับใจอยู่กันได้พอดี
บางเพลง..
คนให้ยิ้ม คนรับยิ้ม "บทเพลงแห่งความสุข" ทั้งนั้นนินา
"ไม่กินข้าวด้วยนะ พี่เค้ารอกินข้าวอยู่แน่ะ" ฉันบอก
"อ้าว แล้วจะมาทำไมล่ะเนี่ย"
"ตัวเองไม่สบายไง ก็มาส่ง อยากมาส่ง"
"แล้วขับรถไปบางบัวทองอีกเนี่ยนะ" เขาถาม
ซึ่งอันที่จริงแล้ว ฉันเชื่อว่าเขารู้เหตุผลที่ฉันเลือกทำทุกอย่าง
"อือ..ก็เค้ารักทุกคนเท่ากันนี่"
..
เพลงหนึ่งขึ้นมา..
ก็รู้ดีว่าฉันเป็นเพียงคนที่รักเธอ ไม่ใช่คนที่เธอรัก
และมั่นใจว่าใครที่ใกล้เธอก็คงเหมือนกัน..
ฉันก็เป็นแค่คนหนึ่งที่ขอแค่มองเธออยู่
และพใจแค่เพียงเท่านี้ จะเป็นไรไปหากจะรักคนดีๆ
..ก็เพราะเธอน่ารัก ฉันเลยต้องรัก ก็ไม่จำเป็นต้องห้ามหัวใจ..
ไม่ว่าจะยังไง เลือกแล้วว่าจะเป็นคนที่รักเธอ
อีกเพลงหนึ่งขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม..
ไม่มีอะไรที่จะเหนือกว่าความรักเรา ที่มีในใจของเธอกับฉัน
ไม่มีอะไรจะมาแยกทางหนึ่งในหัวใจคนสองคน
ต่างก็รักกันมันสำคัญกว่าสิ่งไหน
คนได้รับอยากขอบคุณเหลือเกิน
ไม่รู้จะมีอะไรที่จะตอบแทนหัวใจดีๆ แสนดีนี้ได้
นอกจากจะบอกว่า..
"เขาคือคนที่อ่อนโยนและสวยงามที่สุดในชีวิต"
ขอบคุณที่เข้ามาทำให้ชีวิตมีสีโทนอุ่นในวันที่หนาว
และมีสีโทนเย็นในวันที่ร้อนเป็นไฟ
ขอบคุณเข้าใจและรับได้ในสิ่งที่ฉันเป็น
ขอบคุณสำหรับความเป็น "เพื่อนที่แสนดี" ตลอดมา
ขอบคุณที่ทำให้วันนี้ มีเพลงรักอบอวลไปทั้งรถ!!
August 04 เคลียร์3 สิงหา - - วันบ้าอะไรก็ไม่รู้
เรื่องราวที่เกิดขึ้นวันนี้ ทั้งฮอร์โมน ทั้งอารมณ์ กดดันเป็นบ้า
หนึ่ง ระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงกระทันหัน
ส่งผลให้ สอง ระดับอารมณ์ไม่คงที่ ความอดทนลดต่ำ
และ สาม พร้อมตายในสนามรบเมื่อชาติต้องการ
กว่าจะสงบสติอารมณ์ลงได้ และกว่าไล่ "เคลียร์" กันเป็นรายคนอีก
ยังไม่ทันไร สติมันจะแตกขึ้นอีกครั้ง เมื่อโยนคำถามไปแล้ว "เงียบ"
ให้ตายเหอะ!! แค่พูด แล้วอธิบายเนี่ย มันจะท้องผูกหรือไงฟะ
ความอดทนที่น้อยนิด บวกกับสถานการณ์ที่ยั่วโทสามาก
ช่างเป็นอะไรที่อยากหักคอคนทิ้งซะจริง
เมื่อคืน จึงเป็นคืนที่ต้องนอนไปพร้อมกับความกังวล
และความรู้สึกที่แย่ๆ คลุมเครือ ไม่สงบอย่างที่ควรจะเป็น
ทั้งร้องไห้ โกรธ หงุดหงิด สุดท้ายปวดหัวข้างขวามาก
ปวดชนิดที่อยากจะกระทืบ "ต้นตอ" ที่ทำให้เป็นแบบนี้เสียจริงๆ
เช้านี้ ลืมตามาพร้อมกับประสาทตึงๆ อาการ "เครียด" ยังอยู่
แม้แต่กบาลซีกขวาก็ยังไม่มีทีท่าจะหายปวด
ถามน้อง "โกรธจนปวดหัวเนี่ย กินยาไรฟะ"
ฟาดไป 1 เม็ดเป้ง.. อืมม.. 2 ชั่วโมงผ่านไป ค่อยดีขึ้นหน่อย
โลกบูด โลกปูด หรือโลกเบี้ยว
แต่เป็นแบบไหน.. ชีวิตทุกวันก็ต้องเดินไปข้างหน้า
กับเพื่อนร่วมทาง (ชีวิต) เปิดใจบ้าง ใช้ใจคุยกันบ้าง
เรื่องที่คิดว่า "ยาก" บางทีก็ "ไม่ยาก" อย่างที่คิด
เมื่อ "รัก" ก็บอก "โกรธ" ก็บอก
หนทางยังอีกยาวไกล.. ยังไงก็ต้องเดินไปพร้อมๆ กัน
August 01 ทรมานบันเทิง
เริ่มมีอาการป่วยตั้งแต่คืนวันศุกร์ วันเสาร์ยังคงทำงานอย่างมิหยุดหย่อน ตกเย็นไป "บ้านเมรีสาขา 1 พิบูลย์การ์เด้นวิลล์" เพื่อไปค้างที่ "บ้านของพวกเรา" บางบัวทอง ลีลาไม่ยอมกินยา.. เพราะอยากนั่งมองใครและใครรอบตัวแบบนี้ สุดท้ายพ่ายแพ้กับความขี้บ่นของพี่ใหญ่.. กินยา อาบน้ำ และเข้านอนแต่โดยดี "พรุ่งนี้หนูไม่ใส่บาตรนะ จะนอน" วันอาทิตย์ 29 กรกฎาคม 2550 ตื่นเช้ามากเพราะใครบางคนมาเคาะห้อง ไอ้ใครบางคนที่ว่าน่ะ คือเจ้าของห้องค่ะ เอิ๊กก.. นอนต่อจนเช้ากำลังดี เดินไปข้างล่าง กินกาแฟกับขนมครกพอเป็นพิธี "พี่ ถ้าหนูกินยานี่ ต้องนอนเลยนะ ทำไรไม่ได้เลยอ่ะ" "อือ ก็กินเด่ะ แล้วนอนไปซะ" มึนและมึน.. เมายาฮับ .. ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จากทะเลหัวหิน เป็นทะเลบางบัวทองนั้น ไม่ได้ทำให้ความรักที่มีมันลดน้อยลงเลย ไม่ได้ทำให้ความบ้าที่ตั้งเค้าก่อตัวจะหยุดลงเลย เมื่อพี่เสือสีชมพูตกลงใจขับรถจากสมุทรปราการมาสมทบ พี่ใหญ่ถามข้าวใหม่ว่า "จะไปองครักษ์ไหวไหมเนี่ย" "ไหวค่ะ" ฮ่า.. ใครไม่ไปก็บ้าแล้ว แม้สุดท้ายจะโดนค่อนแคะว่าไม่ยอมกินยา เพราะห่วงเที่ยวกลัวจะง่วง เที่ยวไม่สนุกก็ตาม อย่างนี้เรียก "ทรมานบันเทิง" ชัดๆ .. มื้อรองท้องก๋วยเตี๋ยวกับขนมกล้วย, มัน, ฟักทองที่วัดมะขาม เล็งอาหารเที่ยงไว้ เป็นร้านกาแฟอะไรซักอย่าง แต่ไม่รู้ต่อมอะไรผิดพลาด.. สุดท้ายก็ได้ชิมกาแฟไอ้ร้านที่ว่าอยู่ดี พี่รองโอดครวญ "บรรยากาศน่ากินเหล้ามาก" เอิ๊กก.. สมแล้วที่เป็นพี่รองแห่งบ้านเมรี .. ได้เวลากลับกับภารกิจอีก 3 กระบุง คือต้องจัดการเรื่องเบอร์โทรศัพท์ที่ดีแทค และซื้อของไปวัด กับนัดคุณคนที่จะมาแต่งสวน (จำชื่อได้ แต่ไม่อยากเอ่ย-เชอะ!!) ฉะนั้น แผนเร่งด่วนของเราคือ กลับเข้ากรุงเทพฯ แวะเซ็นทรัล ทาวน์ จัดการเรื่องโทรศัพท์กับซื้อของไปวัด แต่ไหง.. มีของกินสำหรับมื้อด่วนจี๋วันนี้ล่วย จากนั้นเผ่นกลับบ้านของพวกเรา แต่ไม่ลืมแวะเติมน้ำมันให้แม่นางหน้ามึนก่อน .. ถึงบ้าน ขอตัวกินยา นอนรออาหาร ไม่ไหวแล้วปวดหัวแทบร้องไห้ "ทรมานบันเทิง" แต่ยังไงก็ไม่เสียใจที่ไม่ได้กินยา..ฮิ่วววว.. พี่รองช่างแสนดี สงสารน้อง เลยตกลงใจเลื่อนภารกิจส่วนตัวออกไปแบบไม่มีกำหนด นอนบ้านของพวกเราต่ออีกคืน.. .. วันจันทร์ 30 กรกฎาคม 2550 ตื่นเช้ามา แม่เจ้าของบ้านทัก "อาบน้ำแล้วเหรอลูก หน้านวลเชียว" "นวลที่ไหน ดำจะตาย" ไอ้คำหยาบคายประโยคหลังเนี่ย ไอ้เจ้าของบ้านตัวดีมันบังอาจว่าน้อง.. วันนี้ได้ลงมือพิฆาตสวนกันจริงๆ จังๆ ดึงๆ ถอนๆ ตัดๆ "ตัดทีเดียวให้ขาดอย่างนี้.." ว่าพลางก็ตัดกิ่งโมก เสร็จแล้วมาถอนบานเย็นต่อ "พี่.. ไส้เดือนบ้านพี่ตัวใหญ๊ ใหญ่ ดูเด่ะ ดิ้นเหมือนงูเลย อิอิ เลื้อยเหมือนงูด้วย กะล่อนเหมือนพี่แหงๆ" แว๊ก.. น้องชายคุณพี่มายืนขำอะไรค้า.. "นี่ ตัดทีเดียวให้ขาดเลย" ตัดต้นคริสมาสต์ต่อ .. ทำลายไปได้โข.. เอาอีกๆ ต้นอะรูมิไร้ สูงเกะกะ "พี่นกคะ นี่เรียกต้นอะไร?" "ไม่ทราบเหมือนกันจ้ะ" โฮ่ววว..พี่นกแสนรู้ของเรายังมิทราบ "งั้นหนูให้ชื่อต้น 'ง่าย-ง่าย' ละกันเนอะ มันใจง่ายเหมือนเจ้าของมันเลย ดูเด่ะ ทอดกิ่งไปโดนดินเข้าหน่อยก็งอกรากแระ" ใครบางคนหัวเราะ.. วันนี้อารมณ์ดี ต้องรีบกัด รีบแทะ เอิ๊กกก.. .. พักครึ่ง.. กินอาหารเที่ยง อาบน้ำ.. ผัดแป้ง ตกบ่าย จัดการไม้น้ำต่อ .. คราวนี้มอมแมได้ใจ อาบน้ำอีกทีเตรียมแยกย้ายบ้านใครบ้านมัน ก่อนจะโทรไปเว้าวอนคนอีกฟากว่าให้มากิน "ญีญวน" ด้วยกัน .. คืนนี้พี่รองมีแก่ใจ นอนเป็นเพื่อนคนขึ้นบ้านใหม่ เหนื่อยอีกก่อนนอนเป็นก็อกสุดท้าย ก่อนซดดาวแดงไปครึ่งกระป๋อง หลับอี๊ดอ๊าด.. เพราะเตียงไฮโซ เอิ๊กก.. .. ถึงสังขารมันจะไม่เข้าข้างเท่าไหร่ แต่คนมันสุขใจ ทำอะไรก็สุขใจ - "ทรมานบันเทิง" ..
July 28 เลือดสุพรรณ กับวันมหัศจรรย์ของเมรีdiary : 28 july 2007
ตามกำหนดการเดิม เย็นนี้เป็นวันที่พวกเรานัดจะไปหัวหินกัน
แต่เผอิญว่า เกิดมีอันต้องเปลี่ยนแปลง..
ไปไม่ได้ก็คือไปไม่ได้ ไม่มีปัญหา ไม่มีความรู้สึกด้านลบ
เวลาเที่ยวยังมีอีกเยอะนี่นา
แต่เวลาที่จะได้ตอบแทนพ่อแม่ (ยามจำเป็น) อาจมีไม่บ่อย
ฉันยกมือสนับสนุนการงดทริปนี้ โดยไม่มีสิ่งติดค้างในใจ
สำหรับฉันแล้วอยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน..
แผน 2 แผน 3 เตรียมออกมากาง กำลังหลับตาจิ้มว่าแผนไหนดี
เอิ๊กกกก..
การได้ไปเที่ยวด้วยกันเป็นเรื่องที่สนุก
ยิ่งได้เปลี่ยนบรรยากาศการเที่ยวยิ่งสนุก
แต่หัวหินแค่นี้เอง ไปเมื่อไหร่ก็ได้
ฉะนั้นเรื่องสถานที่ ตัดทิ้งไป ลืมมันไป
เหลือแค่เราจะได้ใช้วันหยุดกันประสาขมิ้นเมรีค่ำไหนนอนนั่น
จะค่ำที่ไหนเราก็เมาได้.. นอนได้เหมือนกัน
สถานที่จึงไม่ใช่ประเด็น
ส่วนเรื่องที่เธอยืนยัน นั่งยัน ให้เราไปกันก่อนนั้น
ลืมไปได้เลย!! เธอเป็นคนบอกเองนี่
พวกเรามันเลือดสุพรรณ ไปด้วยกันไม่มีถอย
จะให้เที่ยวได้อย่างไรในเมื่ออีกครึ่งหนึ่งของพวกเรา
ยังอยู่นี่กรุงเทพฯ กับหลายเรื่องที่ต้องรับมือ
บางที หัวหินวันนี้ ทะลขี้เหร่ คลื่นไม่สวย
อาหารก็ไม่มีทางอร่อย อะไรๆ ก็ไม่ดีไปหมดแหละ
สู้กินข้าวกรุงเทพฯ ตะลอน เฉิดฉาย ไปมา
ไม่มีคลื่น ไม่มีทะเล แต่กินข้าวคงลื่นคอมากกว่า
อะไรๆ มันดีกว่าเห็นๆ แน่ๆ ขอให้เชื่อกันเหอะ
ตอนนี้รอเวลาพี่เสือสาวจอมดื้อจะเดินหมากของเธอ
เพื่อเราจะได้ตัดสินใจว่าจะเลือกเอาแผนไหนมารับมือ
บทจะดื้อ ก็ดื้อชนิดที่คนอยู่ด้วยตายสลบเลยนะเนี่ย
พี่จ๋าพี่.. กับบทบาทชีวิตอีกด้านหนึ่งของพี่หนูไม่ค่อยรู้
การเป็นลูก เป็นน้อง เป็นพี่ ทั้งกับครอบครัวและที่ทำงาน
แต่สำหรับหนู - - พี่เป็นพี่ที่บางทีก่งก๊ง แต่ไม่เคยบกพร่องเลย
บางครั้งที่ทำเอาหนูทึ่งกับความเป็นพี่ ซึ้งกับสิ่งดีๆ ที่ได้รับ
และหลายครั้งพี่จะเป็นคนแรกในกลุ่มเมรี ที่หนูไม่อยากเถียงด้วยที่สุด
พี่ยื่นมือช่วยเหลือทุกคนทุกครั้งที่มีปัญหา
แต่เวลาพี่มีปัญหา พี่กลับม้วนหาง หนีทุกคนซะงั้น
ไม่ดีนะพี่ อย่างนี้ไม่เอา ข้าวใหม่ไม่ปลื้ม!!
ปล่อยเวลาวันนี้ไหลไปอีกวัน..
ไม่ว่าจะแผนไหน.. อย่างไรเสีย สัปดาห์นี้ก็ไม่ว่างเปล่าแน่ๆ
เราทำทุกวันให้เป็นวันมหัศจรรย์ได้เสมอ
ถึงความจำเป็นบางอย่างจะทำให้แผนต้องเปลี่ยน
เปลี่ยนไป เปลี่ยนมา ขำๆ จะตายไป
ขืนอะไรง่ายไปหมดก็ไม่ใช่ "ขมิ้น-เมรี" ของแท้สิ เอิ๊กก..
..
กับสังขารตัวเอง เจ็บคอตั้งแต่เมื่อคืน
วันนี้เจ็บมากกว่าเดิม เริ่มมีน้ำมูก กำลังจะคัดจมูกแล้ว
แค่เป็นหวัดน่า.. เดี๋ยวก็หายนิ
:)
July 26 พาราไดส์ รูม กับ วันวุ่นวายที่พารากอนในที่สุด ความตั้งใจที่ว่ากลับจากหัวหินก่อน
แล้วค่อยเริ่มต้นอ่านหนังสือเล่มต่อไป
ก็มีอันที่จะต้อง ลืมมันไป!!
เมื่อคืนแวะไปห้องที่สามเสน หันไปเห็น
"The Paradise Room - สวรรค์กลางใจ"
อดไม่ได้ หยิบมาคิดว่าได้อ่านนิดหน่อยก็ยังดี
ติดตัวไว้ อย่างไรเสียก็ได้อ่าน อิอิ
..
ภารกิจวันนี้ยาวเป็นหางว่าว ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวทั้งสิ้น
ภาระเรื่องงานแทบไม่มี - เป็นอย่างนี้เสมอ เวลาว่างก็คือว่าง
ต้องขนของไปห้องสามเสน เตรียมสติให้พร้อมออกรบ เอิ๊กก..
วันศุกร์จะต้องนอน นอน และนอน ให้ได้
..
วันนี้ตื่นสาย 8.01 น.
..
เมื่อคืนไปพารากอน นัดส่งแอนไปออสเตรเลีย
อีกอย่างน้อยก็ 6 เดือนกว่าจะเจอกัน
ตอนเข้าห้าง.. วนจอดรถ อ่านป้ายไปเรื่อยๆ
ทางออกพระราม 1, ทางออกราชประสงค์ ฯลฯ
เออ.. แล้วตอนกลับจะออกทางไหนเนี่ย
แถวนี้ชอบทำอะไรพิสดาร ห้ามเข้า ห้ามเลี้ยวอยู่ด้วย
แว๊กกก.. แล้วทำไมกรูไม่นั่งรถไฟฟ้ามาฟะ
แล้วก็คิดถึงเหตุผลว่าอะไรดลใจให้ขับรถมาเอง
ปิ๊ง.. เพราะเคยเอารถมาแล้วนี่เอง
กรี๊ดดดด.. ตอนนั้นที่มามีพี่กบอยู่ด้วยนิหว่า
มิน่า ถึงใจกล้าพารถมาพารากอน
พ่อแก้ว แม่แก้ว ของลูกหมูช่วยที..
..
"ฮาโหล..แอนอยู่ไหน?" โทรถามตอนเพิ่งจอดรถ
"อยู่หน้าลิฟต์ 2y@$%^*(U(_).." แอนอธิบายพิกัดที่ตั้ง
"แอน เค้าเดินเข้าห้างมาทางแบงก์ยูโอบีนะ ช่วยจำด้วย"
อันที่จริง ถ่ายรูปป้ายมุมเสาบอกตำแหน่งที่จอดรถไว้แล้ว
"ใหม่นี่รอบคอบ ใช้ทรัพยากรคุ้มค่ามาก"
เหอะๆ ถ้าจำไม่ผิด วิธีนี้น่าจะมาจากพี่ใหญ่แห่งบ้านเมรีนะ
..
นั่งร้านอาหารไทย "Manna" Thai Restaurant
นั่งนานกว่าที่เคย จริงๆ แล้วอยากนั่งต่อ
แต่ภารกิจที่จะต้องแวะไปสามเสนก่อนกลับบ้าน
เลยต้องรีบกลับเร็ว.. จะว่าเร็วก็ไม่เชิงออก
จากห้างก็ปาเข้าไป 4 ทุ่มแล้ว..
..
ถามทางออกจากห้าง.. ให้เลือกใช้ทางออกพระราม 1
เลี้ยวขวาไปแยกปทุมวัน (ถ้าขวาไม่ได้ก็ให้ซ้ายแล้วยูเทิร์น)
แล้วเลี้ยวขวาอีกทีเข้าถนนพญาไท
โรบิ้น.. ขวาห้าม ซ้ายห้าม
เหมือนบังคับให้ตรงข้ามถนนไปอย่างเดียว
ซวยอีกแล้ว.. ทำไมเจ้าหน้าที่ของห้างถึงมีความเชื่อว่า
คนที่มาห้างจะฉลาดทุกคน (วะ) เนี่ย ถึงได้โบกส่งเดชอย่างนี้
แต่มีแอนมาด้วย "แอนนั่งอย่างเดียวนะใหม่คงช่วยไรไม่ได้"
น่ารักที่สุดเพื่อนช้านนนน.. "ตรงนี้แอนไม่คุ้นเลย" อืม.. ขอบคุณ
..
โทรหาพี่กบดีกว่า..
"พี่หนูจอดรถอยู่หน้าวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ
ขวามือเป็นคณะทันตฯ จุฬาฯ หนูกลับบ้านไงอ่ะพี่"
หลังจากพี่กบพยายามงมกับทิศทางแล้ว
"มีช้าง ม้า วัว ควาย อะไรอีกบ้างไหม?"
เหอๆ.. คุณพี่อิชั้น
"มะเป็นไรพี่ หนูยูเทิร์นไปตั้งหลักพารากอนใหม่ดีกว่า"
แล้วทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี ถึงดีมาก
กลับมา.. ออนไลน์อีกนิดนึง
แล้วหลับแบบไร้สติ..
ขอเพื่อนผ่านฉลุยในการเดินทาง..
ไร้อุปสรรคกวนใจ.. โตไวๆ จะได้แต่งงาน ฮ่า..
July 25 บททดสอบชีวิตยังไม่ดีกว่าเมื่อวานซักเท่าไหร่
แต่ก็ยังดีกว่าจะแย่อยู่เหมือนเดิม
แบบฝึกหัดจากฟ้าข้อใหม่ ส่งมาให้ทำเรียบร้อยแล้ว
หวังว่าตัวเองจะเข้าใจพอจะทำแบบฝึกหัดได้
และเรียนรู้เร็วพอจะผ่านการทดสอบไปได้เสียที
การเรียนรู้ชีวิตตัวเองนี่ยากชะมัด
ยิ่งถ้าเรียนรู้คนอื่นนี่ ลืมไปได้เลย!!
diary :
ชีวิตเรียบขม.. นอน ตื่น กินทำงาน กิน กิน และนอน
วันนี้มีแผนจะย้ายของบางส่วนเก็บห้องสามเสน ตอนเย็น
นัดเพื่อนที่พารากอน ฝนก็ตก
อะไรนักหนากับชีวิตวะเนี่ย แฮ่มมม...
แอบคิดโปรเจ็ก "ธัญพืช" เอาไว้
หวังว่างานนี้จะสำเร็จ.. ใช้งาน และผ่านไปได้ด้วยดี
วางแผนอ่านหนังสือเล่มต่อไปหลังจากกลับจากหัวหิน
บันทึก : วันนี้ใส่ back ground ของ Space ได้แล้ว โย่วๆ
July 24 บันทึก 23-24 กรกฎาคม 2550โหมด diary :
อ่าน Quentins - ร้านนี้มีเรื่องเล่า
เล่มนี้เวลา 7 วันสำหรับ
ความเพียรพยายามเก็บเล็กผสมน้อยจนครบเล่ม
คือ เรื่องของเรื่อง 5 วันก่อนหน้านี้
อ่านได้แค่ 100 กว่าหน้าจาก 400 กว่าหน้า
แต่เมื่อคืน กลับอ่านอย่างเมามัน
และเหลือบนสุดท้ายเอาไว้สำหรับวันนี้
อะแฮ่ม จะได้ครบ 7 วันไง ปีนี้เลข 7 ดีนิ
..
ถ้าชีวิตทุกวันเป็นอย่างเมื่อคืนก็คงจะดี
หยุดโลกิอินเทอร์เน็ตไว้บ้าง
คุยโทรศัพท์พอให้เป็นกับแกล้มชีวิต
มีเวลามองปัญหา กำจัดความฟุ้งซ่านของตัวเอง
ที่สำคัญได้อ่านหนังสือ
เวลาได้อ่านหนังสือเนี่ย รู้สึกดีจริงๆ
..
เหลือเวลาอีก 3 วันครึ่ง
กับการทยอยย้ายของออกจากห้องให้หมด
เอารถเข้าศูนย์ สำหรับติดปีกทริปสั้นจุ๊ดจู๋สิ้นเดือนนี้
ทำเรื่องย้ายที่เก่าให้เสร็จ เพื่อทำสัญญาที่ใหม่
..
วุ่น.. วุ่นวายกับบางเรื่องที่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย
บางเรื่องจัดการไม่ได้จริงๆ
บางวันโดนตัดกำลัง(ใจ) จากคนที่เรารัก
โลกนี้ดูแย่ขึ้นมาในบัดดล
บางวันหัวใจไม่แข็งแรงเอาเสียเลย
..
รู้สึกว่าปัญหาทุกอย่างในชีวิตยังไม่มีทางแก้ไขเลย
มีแต่จะขมวดปมหนาขึ้น หนาขึ้น ยุ่งขึ้นเรื่อยๆ
..
หรือเป็นจะเป็น ศิลปะ (การใช้ชีวิต)
ชีวิตก็งี้ ไม่ได้อย่างใจไปทุกเรื่องร้อก..
..
:)
July 20 ธรรมะมาข่ม(จิตใจ)ตรวจต้นฉบับหนังสือพระในวันที่ห่อเหี่ยว
รู้สึกแปลกๆ ในตัวเองอีกแล้ว
มันท้อ มันเหนื่อย
เหมือนความรู้สึกสองขั้วมาอยู่รวมกัน
ด้านร้ายกับด้านดี ด้านบวกกับด้านลบ
.
สัญชาตญาณของการระวังภัยกำลังทำงาน
เมื่อรู้สึกว่า ไม่ปลอดภัย.. อยากวิ่งหนีไปให้สุดขั้ว
ไปตั้งหลัก แล้วเดี๋ยวกลับมาวิ่งกันใหม่อีกตั้ง
.
คนเราเวลาเสียศูนย์ต้องรีบกลับเข้าฐาน
รวบรวมพลกำลังในการยืนใหม่ จะได้มีแรงต่อสู้
.
อย่างเวลานี้ ตอนนี้ อยากตั้งศูนย์ตัวเองเสียใหม่
เพราะรู้ได้ว่า ภัยกำลังมา และใกล้เข้ามาแล้วด้วย
ล้มเหลวเมื่อความพยายามบางอย่างล้มเหลว
อันที่จริงล้มไม่เป็นท่าด้วย..
เรื่องของความคิด ห้ามกันไม่ได้เด็ดขาด
ทั้งห้ามเขา ห้ามเรา นั่นแหละ
..
เมื่อความพยายามที่จะโกรธให้น้อย ไม่ได้ผล
นั่นคือ ยังเป็นคงเป็นความพยายามอยู่เหมือนเดิม
ความพยายามที่จะปล่อยวาง เลิกคิด เลิกนึกถึงบางเรื่อง
นี่ก็ล้มเหลว.. ไอ้เรื่องที่ต้องคิด กลับลืม
แต่เรื่องที่ควรจะลืม และทิ้งมันไป กลับคิดจนหัวแทบแตก
ความพยายามที่จะเข้าใจในสิ่งที่คนอืนเป็น
บางทีไม่เข้าใจ แต่ก็ยอมรับได้อยู่หรอก ชีวิตใคร ก็ชีวิตใคร
แต่ถ้าสิ่งที่เป็น มันมาเกะกะคนอื่นเขา มารบกวนใจ
ความพยายามที่ตั้งไว้ก็เป็นศูนย์อีก
ความพยายามที่จะอภัย..
ไม่ใส่ใจกับการกระทำและคำพูดที่มากระทบความรู้สึก
ทำไม่ได้เลย.. เรื่องนี้เรื่องใหญ่
เรื่องความรู้สึกนี่เป็นเรื่องใหญ่..
กับบางคำพูด บางอารมณ์ ทำใจยังไงก็ทำไม่ได้เสียที
เสียใจอยู่ร่ำไป พยายามเท่าไหร่ก็ล้มเหลวอีก
เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในความรู้สึก
ภูมิต้านทานมันออกมาทำงาน ต่อต้านกับสิ่งนั้น
ยิ่งฝืนก็ยิ่งแย่ ยิ่งพยายามยิ่งล้มเหลว
อย่าบีบให้ความรู้สึกด้านมืดออกมา
คนเราทุกคน ทนแรกบีบคั้นได้ไม่เท่ากัน
และสำหรับฉัน.. เมื่อถึงที่สุด ทุกอย่างคือ "ศูนย์"
ศูนย์ที่แปลว่า หมด ไม่ใช่เริ่มต้นนับใหม่
July 19 ::ง่าย ง่าย::อู้ยยยย.. ฟังเพลงนี้แล้วโดน
โดนชนิดที่ "เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว"
เธอกลับมาก็เท่านั้น
กลับมาเผื่อจะรื้อวันวานที่เราเคยรักกัน อย่างนั้นใช่หรือเปล่า อะไร อะไรในใจฉันคงไม่เหมือนเมื่อวันเก่า จะกลับมาอีกใช่ไหม อยากจะกลับมาฟื้นหัวใจที่ทำจนยับเยิน วันนั้นใช่หรือเปล่า จะทำอะไร อะไรก็คงไม่เหมือนตอนก่อนเธอจะไป ก่อนเธอจะไป ฉันขอ ฉันยื้อ ฉันฝืน ฉันรั้ง
ขอร้องเธอ อย่าไป ร่ำร้องจะเป็นจะตาย ให้เธออย่าทิ้งฉัน ฉันแพ้ ฉันสูญ ฉันเสีย ฉันอ้อนวอน อย่าไป แต่เหมือนเธอไม่สนใจ ยื้อสักเท่าไร แต่สุดท้ายเธอก็ทิ้งกันง่ายๆ อยู่ๆ ก็จะมา ให้เป็นเหมือนเดิม ให้มาคบกันง่ายๆ
ให้กลับมาเป็นเหมือนเคยแล้วกัน แล้วให้ฉันลืมง่ายๆ เธอคิดอะไร ที่ง่ายเกินไป ไม่เคยจะแคร์ใจฉันบ้างเลย อยู่ๆ ก็จะมา ให้เป็นเหมือนเดิม ฉันดูว่าคงไม่ง่าย อยู่ๆ จะย้อนก็เดินเข้ามา ฉันเองก็คงจะรับไม่ไหว.. ให้จบกันไป ให้มันง่ายๆ เหมือนเดิม เธอกลับมาก็เท่านั้น
อย่าลำบากมาย้อนเรื่องราวที่เราเคยรักกันก่อนนั้นได้รึเปล่า อะไร อะไรในใจฉันคงไม่เหมือนเมื่อวันเก่า ไม่ต้องมาอีกได้ไหม หากจะกลับมาฝืนหัวใจให้คืนมารักกัน อย่าเสียเวลาเปล่า จะทำอะไร อะไรก็คงไม่เหมือนตอนก่อนเธอจะไป สุดโต่งเวลาชีวิตสะดุด..
ฉันเลือกที่จะขยับตัวให้น้อยที่สุด
เข้าทางตำราทางการแพทย์
เมื่อส่วนไหนชำรุด ยิ่งขยับยิ่งจะเป็นอันตราย
ฉะนั้น.. มันจะยิ่งเจ็บ ถ้าหากเรายังดันทุรัง
หลายครั้งในชีวิต
ที่ฉันจะต้องเจอเรื่องหลายเรื่องพร้อมๆ กัน
นิยามได้ว่า หากเป็นเรื่องที่ดีเรียกว่า "ความบังเอิญ"
แต่หากเป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม มันคือ "ปัญหา"
และฉันก็ตื่นเต้นกับความบังเอิญ
ร้องไห้กับปัญหามานักต่อนักแล้วเหมือนกัน
ไม่รู้ว่าการ "สุดโต่ง" ของฉันมันจะคือข้อดีหรือข้อเสียของตัวเอง
แต่ถ้าดูจากผลสุดท้ายที่ได้มาแล้ว น่าจะเป็นข้อเสียมากกว่า
พระท่านเองก็สอนให้ทำอะไรกลางๆ เดินทางสายกลาง
แต่ฉันทำไม่ไหว ทำไม่ได้ซักที ลางบาปมันเยอะ
เมื่อฉันทุ่มเทกับบางอย่างมากจนสุดตัว สุดใจ และสุดโก่ง
ถ้าผลที่รับกลับมาคือบวก หรือเท่าตัวเป็นศูนย์ ก็แล้วไป
แต่เมื่อไหร่ที่มีค่าติดลบ .. ติดลบต่อความรู้สึก (ที่เอาแต่ใจตัว)
มีอะไรบางอย่างในตัวฉันเริ่มออกทำงาน
มันจะผลักฉันออกจากจุดเดิม และลากไปอีกขั้วหนึ่งทันที
เหมือนที่ครั้งหนึ่งมันเคยออกฤทธิ์เดชมาแล้วในเรื่องความรัก
"ถ้าไม่ได้ทั้งหมด ก็ไม่เอาทั้งหมด" แค่นั้นจริงๆ
หลังจากคิดอยู่หลายตลบ
ฉันยังคงไม่เห็นความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงตัวเองเท่าที่ควร
จึงคิดว่าจะยังคงปล่อยให้ตัวเอง "สุดโต่ง" ต่อไป
บางเรื่องมันเป็นอัตตลักษณ์ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ไม่ต้องเปลี่ยนก็ได้
ฉะนั้น ข้างในมิตรภาพหากมีความต่างเกิดขึ้น
ฉันคิดว่าไม่น่าจะเป็นปัญหา ถ้าความต่างนั้นไม่ได้ทำร้ายใคร
อาจจะขอมากไปถ้าจะบอกว่า..
ขอให้รักในสิ่งที่ฉันเป็น - Love me as I am.
แต่จะขอค่ะ!! July 17 การเดินทางกลับบ้าน 4 ชั่วโมง กับ "ดอกบัว" แห่งความบังเอิญ::การเดินทางกลับบ้าน 4 ชั่วโมง:: โดยปกติ ระยะทางระหว่างบ้านกับที่ทำงาน 10 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางระหว่าง 30 - 60 นาที แล้วแต่สภาพการจราจร แต่วิกฤติอันนี้ ไม่ได้เกิดจากบ้านย้ายที่ไปไหน บ้านยังอยู่ที่เดิม แต่บอลมาแข่งที่สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน เป็นผลให้การจราจรถนนลาดพร้าวนิ่ง สงบ เงียบ ราวกับคนที่หลับลึก ความวินาศเริ่มเกิดตั้งแต่เลี้ยวซ้ายเข้าถนนรัชดาภิเษกตรงฟอร์จูน เริ่มนับตรงนี้ จนถึงแยกรัชดาลาดพร้าวใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง ที่เหลือยิบย่อยอีกร่วมชั่วโมง รวมแล้ว 4 ชั่วโมงกว่า คิดถึง "หัวหิน" เลย เพราะน่าจะเป็นการใช้เวลาที่พอกัน คิดถึงใครบางคนที่ชอบพาไปหัวหิน เอิ๊กกก.. อดีตเอาไว้นึกถึง
. ผลก็คือ หิวจนปวดหัว มือสั่น เพราะดันเอาขนมออกจากรถจนเกลี้ยง ต้องแวะปากซอยหาก๋วยเตี๋ยวรองท้องก่อนนอน . . ::ดอกบัวแห่งความบังเอิญ:: วันนี้ครบกำหนดคืนหนังสือที่ห้องสมุด หนังสือ 2 เล่มบางๆ คือ "ความสุขของกะทิ" กับ "ไปรษณีย์ใต้" ผ่านหัวไปได้แค่เล่มเดียวคือเล่มแรก "ความสุขของกะทิ" ส่วน "ไปรษณีย์ใต้" สารภาพว่า กว่าจะอ่านผ่านไป 1 บทช่างทรมาน เหมือนการอ่านประโยคต่อประโยค และเป็นประโยคบอกเล่าแบบไร้จุดหมายเสียด้วย อ่านผ่านมา 5 ประโยค ต้องเริ่มกลับไปอ่านใหม่ เป็นอย่างนี้อยู่เรื่อยๆ เลยไม่รู้ว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน กับใคร เมื่อไหร่ และเพื่ออะไร เอิ๊กกก.. ข้อสันนิษฐานข้อแรกคือ.. ความสนใจที่มีต่อแกนเรื่อง (เครื่องบิน) น้อยมาก ข้อที่สองคือ สมาธิคงน้อยเกินไป อาจจะด้วยเรื่องเวลาและการย้ายห้อง ข้อที่สามคือ โง่แบบไม่มีเหตุผลกระทันหัน ส่วนข้อที่สี่คือ คนแปล ยังไม่ใส่อารมณ์ของเรื่องเข้าไป เหมือนแปลไปตามคำ ตามประโยคไปเรื่อยๆ มันเลยขาดประเด็น . หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จก็รีบออกไปห้องสมุด เดินออกจากรั้วบริษัท เหลือบมองเห็นดอกบัว 2 ดอก ปกติแล้ว ดอกบัวสีม่วงดอกจิ๋ว จะออกดอกอวดเสมอเป็นเรื่องปกติ แต่วันนี้ ดอกนึงเป็นสีม่วงเหมือนอย่างเคย แต่ กลับมีดอกบัวสีเหลืองนวล บานอวด ลอยเด่นขึ้นมาเตะตา
สวยจนอยากถ่ายรูปเก็บไว้มาก.. แต่กล้องไม่มีแบตเสียแล้ว.. ได้แต่ชื่นชมให้เพื่อนร่วมงานฟัง
.
.
บ่ายแก่ๆ หยิบโทรศัพท์มาดู เห็น mms จากพี่เสือ
ส่งรูปบัวบานของป่าป๊ามาให้ดู
เหอะๆ แค่ดอกบัวดอกเดียวก็ใจตรงกันแว้ววววนะพี่นะ
.
ที่จริงมันเป็นเรื่องบังเอิญที่ไร้สาระมาก.. รู้ รู้ว่าไร้สาระ
แต่รสชาติของมิตรภาพ บางทีมาอิ่มเอิบใจก็ตอนได้ทำเรื่องไร้สาระนี่แหละ
อาจจะเข้าใจยากหน่อย.. แต่จะโยงให้เกี่ยว ก่อนจะบอกรักกลางอากาศ
กลางสายฝน ฮิ่ววววว....
เพราะสิ่งหนึ่งในชีวิตทุกคนใฝ่ฝัน อยากได้ และอยากมี นั่นคือการ "ได้รัก" และ "ถูกรัก" มันโชคดีแค่ไหนถ้าเรา "ได้รัก" ใครบางคนที่ทำให้เราเป็นคนที่ "ถูกรัก"
ไม่ว่าจะรักแบบไหนก็เถอะ.. ยินดี ยินดี
.
ได้เจอมิตรภาพหอมๆ สวยๆ จะอกหักซัก 4 ที ก็ไม่สาย เอิ๊กกก..
จบวันได้สมใจ เหนื่อยหน่อย แต่ได้มีคนให้นึกถึง
ได้รับรู้ ได้อ่าน ได้ฟังเรื่องราว บางครั้งเศร้า บางครั้งไม่เศร้า
ร้องไห้บ้าง หัวเราะบ้าง ก็ดี ชีวิตมันมีรสชาติ
.
แค่ก่อนนอนไม่รู้สึกว่า "ไร้มิตร"
ตื่นเช้ามาก็รู้ว่ามีคน "รักและห่วง" ชีวิตนี้ไม่มีอะไรให้ต้องกลัว
.
จริงไหม จริงไหม หรือไม่จริง
โหมดอ่านหนังสือ : ย้ายสมองมาอ่านเรื่อง "Quentins - ร้านนี้มีเรื่องเล่า"
ของ MEAVE BINCHY แปลโดย ภาสกร ประมูลวงศ์ สำหนักพิมพ์มติชน
เดินผ่านปุ๊บรู้สึกเลยว่าเรื่องนี้น่าอ่าน ไม่รู้จะผิดหวังไหม
อย่างนี้ต้องลองดูค้าบบบ :) July 16 ประกาศิตจากพี่หย่ายยยย.."เอ็งเลิกแทะโลมข้าได้แล้วนะ"
"ค่ะ"
"เรื่องแบบนี้ เขาไม่เล่นกัน รู้มั้ย"
"ค่ะ" แต่ในใจแอบเถียง เอิ๊กกกก..
..
บันทึกเอาไว้กันลืมเฉยๆ
อยากได้ หรือไม่ต้องการอะไร จัดให้อยู่แล้ว
(ถ้าไม่เผลอ หรือถ้าไม่ลืม)
..
ตอนนี้ชอบเถียงในใจ
ไม่มีคนต่อปากต่อคำด้วยดี เอิ๊กกก..
ก็บางอย่างรู้ว่าเถียงก็สู้เขาไม่ได้
บางเรื่องเหมือนบอกไปก็ (อาจ) ไม่เชื่อ
เอ๊า.. ว่าไงก็ว่าตามนั้น
..
สิ่งที่คิด (อยู่ในใจ)
กับสิ่งที่ทำ บางทีมันก็สวนทางกันได้
..
แต่ไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิตจะเป็นแบบนี้ทั้งหมด
ไม่ใช่ทุกเรื่องจะสรุปแบบนี้หมด
ชีวิตเป็นไดนามิก ขับเคลื่อนตลอดเวลา
การทำตัวเป็นชิ้นส่วนที่ดีในสังคม (เล็กๆ)
อาจหมายถึงความสงบสุข
อาจหมายถึง.. มิตรภาพที่มีคุณภาพ
..
ไม่รู้นะ
อาจจะใช่.. หรืออาจจะไม่ใช่
..
ประกาศิตจากพี่ใหญ่ฟาดมาทั้งที
ศิษย์น้องที่ดีต้องรับบัญชา..
"เลิกแทะโลม ณ บัดนี้"
จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน
ขมิ้นข้าวใหม่, someone not so special.
July 14 เครียดสะสมและแล้วก็ถึงเวลา..
มารู้สึกตัวจังๆ เรื่องย้ายห้องก็เมื่อตอนที่ถอดปลั๊กตู้เย็นนี่แหละ
เมื่อไหร่หนอ ชีวิตจะหยุดนิ่งเสียที
..
ไม่รู้เป็นอะไร รู้สึกแปลกๆ กับชีวิตตัวเองชอบกล
เหมือนมีบางอย่างค้างคา
เหมือนมีบางอย่างรอเราอยู่
เหมือนมันแกว่งๆ หวิวๆ งงๆ สับสน
..
เมื่อคืนทัวร์ห้างเจ้าป้า
เอาเข้าจริงตอนนี้ ก็งงอยู่เหมือนกัน
อารมณ์ปนเป ตีลังกาวนอยู่ในใจเหมือนไม่มีทางออก
สุดท้าย.. ไม่ว่าจะเพราะเวลา สถานการณ์
หรือเพราะความเสียสละของบางคน
เราผ่านก้าวที่สองมาด้วยกันแล้ว
..
ในใจคิด งานนี้ไม่จบง่ายๆ แน่
ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม ตะหงิดๆ อยู่ตรงซอกฟัน เอิ๊กกก..
คงมีอีกหลายเรื่อง หลายก๊อกตามมา
ไม่กลัวร้อกก.. รวมกันเราอยู่ แยกหมู่เรางง อิอิ
..
จริงๆ แล้วตอนนี้ รู้ตัวเองว่า "เครียดสะสม" มากๆ
หงุดหงิดที่สุดเวลาต้องปรับตัวให้เข้ากับโหมดมารยาททางสังคม
เกลียดการถูก "มัดมือชก" ราวกับอีกฝ่ายโง่งมโข่ง
..
ทัศนคติกับแนวคิดที่ตีค่าเป็นราคาค่างวดตลอดเวลานี่น่า เบื่อชะมัด
"คนเราไม่เหมือนกัน" ไม่งั้น เราคงมีนายกรัฐมนตรีพร้อมๆ กันหลายคนแน่
ไม่ใช่ต่างกันแค่มวลของร่างกาย
ทัศนคติ ความคิด สมอง ปัญญา และการสังเคราะห์ความคิดก็ต่างกันด้วย
เรื่องง่ายๆ ไม่เห็นจะยาก..
ถ้าใช้ตามอง สมองคิด และหัวใจในการเข้าใจคนอื่น
ตีค่าคนด้วยความดี ไม่ใช่คิดแค่เงินเดือนหารด้วยจำนวนวันเท่ากับราคาต่อชั่วโมง
..
อย่าขอพระในสิ่งที่ไม่ได้ทำและลงแรง
เรื่องอภินิหาริย์ หรือความโชคดี เป็นเรื่องของบุญเก่า กรรมเก่า
หรืออาจจะเพราะวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับที่โลกทำมุมกับอะไรบางอย่าง
ถ้าปาฏิหาริย์มีจริง..
เราน่าจะขอให้เรามีโอกาสได้ทำสิ่งที่ดีด้วยความพร้อมต่างหาก
..
ทำได้ก็ทำ แต่ถ้าไม่สะดวกจะทำก็ไม่ต้องฝืน
แค่ไม่เบียดเบียนคนอื่น แค่นี้ก็ดีถมไปแล้ว
..
เครียดสะสม ไม่มีวันหาย
เครียดสะสม อยากเถียงกับบางคน แต่ทำไม่ได้
วู้วววววว.. ไม่ได้ใจเลย!!!
บันทึก : เมื่อวานอ่าน "ความสุขของกระทิ" จบแล้ว
ดี.. ไม่ดีถึงที่สุด แต่ก็ไม่ได้แย่มาก ให้คะแนนกลางๆ แล้วกัน
ตอนปลายของเรื่อง.. มีบางอย่างมาสะกิดต่อม
อีกอย่างที่แปลกมากๆ สำหรับเราคือ
หนังสือซีไรต์ ทุกเล่ม จะต้องมีความคลุมเครือแบบอ้อมโลก
แฝงนัย หรือสัญญะ ให้ต้องต่อจิ๊กซอเพื่อให้เห็นภาพรางๆ
.
บางอย่างมันง่ายนิดเดียว.. หรือถ้าอ่านง่ายไปจะไม่เป็นซีไรต์หว่า?
ความคิดวิปริตอีกแล้ว.. แง่มมม!!
.
เดี๋ยวว่าจะจดประโยคโปรยก่อนเข้าเรื่องเก็บไว้
รู้สึกว่ามันน่าจะดี คำสวยดี ชอบ
.
วันนี้เปิดเรื่อง "ไปรษณีย์ใต้" ของ อังตวน เดอ แซงแต๊กซูเปรี
![]() ไม่น่าจะอ่านได้จบ เพราะติดต้องเก็บห้องและย้ายของ
แต่ยังไงก็ต้อง (อ่านให้) จบให้จงได้.. ไม่ว่าจะวันนี้ หรือวันข้างหน้า
July 11 ชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้ชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้
บางวันก็แทบเป็นบ้า
บางวันอารมณ์ดี
บางวันโหวกเหวกโวยวาย
บางวันสงบ นิ่ง อยู่ในโลกของตัวเอง
บางวันแพ้พ่ายให้จิตเบื้องต่ำ
แต่วันนี้เอาชนะจิตเบื้องต่ำได้
ชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้
บางวันใส่กระโปรง บางวันใส่กางเกง
มีแรงขับให้ทำบางอย่างได้พอประมาณ
ดีบ้าง ขาดบ้าง เกินบ้าง แต่รวมแล้วกำลังดี
ไม่ว่าจะ "รัก" หรือ "เกลียด"
ทุกอย่างพอประมาณ.. ให้พอหายใจ
บันทึก : จิบ Bacadi ซักผ้า เขียนไดอารี่
คุยกะเพื่อนเก่า คุยกะเพื่อนใหม่
คุยกะพี่อันเป็นที่รัก.. รับไฟล์ภาพและเพลง
แก้มตึงๆ อาการเริ่มง่วงๆ
แต่ไม่ถึงกะนั่งยิ้มคนเดียว
หัวฟัดหัวเหวี่ยงกับงานมาทั้งวัน
คืนนี้คงหลับสบาย
หัวใจสบายดี - - เจ้าค่าเอ๊ยยย!!
ปล. หยิบกระโปรงแดงเขียว จากเนปาล มาใส่
อยากบันทึกไว้ว่า..
ของฝากจากพี่ก้อย ต้นกล้า ที่เพิ่งจะไปตัดความยาวออกครึ่งหนึ่ง เพราะพี่ก้อยให้มาหลายปีมาก แต่ไม่กล้าตัดกลัวเสียทรง ไม่กล้าใส่ กลัวสีแรง
ตอนนี้หน้าด้าน เอิ๊กก..
July 09 เลือกชีวิตคนเรานี่ก็แปลกเอาการ
เหมือนทุกคนจะต้องผ่านช่วงเวลาที่จะต้องหนักใจ
คือ "เลือก" เพียงหนึ่ง ระหว่างสองสิ่งที่อยากเก็บไว้ทั้งหมด
..
ระหว่าง "หัวใจ" กับ "ชีวิต" สิ่งไหนที่สำคัญกว่า
ระหว่างสิ่งที่ "ถูกต้อง" กับสิ่งที่ "เหมาะสม" ใครเป็นตัดสิน
..
เป็นไปได้ไหมที่จะเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง บนความเหมาะสมที่สุด
เพื่อให้ชีวิตสมดุล แล้วหัวใจจะดีเอง
..
สำหรับฉัน.. ฉันเลือกที่จะ "เสี่ยง" ทำบางอย่าง
เพื่อหวังให้ "หัวใจ" (ของใครบางคน) มีภูมิต้านทานขึ้นมา
เพราะเชื่อเสมอว่า ถ้าเริ่มที่หัวใจดี นั่นหมายถึงสิ่งอื่นๆ ในชีวิตย่อมดีด้วย
แต่ถ้าสุดท้าย สิ่งที่ฉันเสี่ยงเลือกหัว กลับมาเป็นก้อย
ก็คงต้องยอมรับ "ผล" แห่ง "ความจริง" อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
..
หมายเหตุ : คนเราบางทีก็แปลก
พูดคำว่า "คิดถึง" ง่ายอย่างกับซื้อกะปิในตลาดซะงั้น
พูดคำว่า "รัก" ราวกับไม่มีค่าอะไรให้จดจำเสียเลย
July 06 BitchI hate the world today
You're so good to me I know but I can't change Tried to tell you But you look at me like maybe I'm an angel underneath Innocent and sweet Yesterday I cried Must have been relieved to see The softer side I can understand how you'd be so confused I don't envy you I'm a little bit of everything All rolled into one I'm a bitch, I'm a lover I'm a child, I'm a mother I'm a sinner, I'm a saint I do not feel ashamed I'm your hell, I'm your dream I'm nothing in between You know you wouldn't want it any other way So take me as I am
This may mean You'll have to be a stronger man Rest assured that When I start to make you nervous And I'm going to extremes Tomorrow I will change And today won't mean a thing Just when you think, you got me figured out
The season's already changing I think it's cool, you do what you do And don't try to save me I'm a bitch, I'm a tease
I'm a goddess on my knees When you hurt, when you suffer I'm your angel undercover I've been numb, I'm revived Can't say I'm not alive You know I wouldn't want it any other way note: ชอบนะ ชอบเพลงนี้ ดูเป็นคนดิบๆ ดี
คำสวย.. สะท้อนอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างบนพื้นฐานของเรื่องจริง
ที่บางครั้งคนเราก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไรมากมาย
บ่อยไปที่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวร้าย หรือขวางโลก
แต่ลึกๆ แล้วสำหรับบางคนที่ "เลือก" ให้เป็น "คนพิเศษ" สำหรับความรู้สึก
ต่อให้ร้ายกาจแสนสาหัสก็กลับกลายเป็นนักบุญผู้อุทิศทุกอย่างเพื่อความรักได้
ถึงคำว่า "Bitch" ออกจะแรงไปหน่อย
แต่ก็ได้อารมณ์ที่เป็นตัวตนของผู้หญิงบางเผ่า
ที่ต้องออกแรงเอง เพื่อตัวเอง และรักตัวเอง
ฉะนั้น ถ้าไม่รักกันอย่าคิดมาแหย่ (นะเฟ่ย)
July 05 จุดเปลี่ยนมีอะไรอยากเขียนตั้งเยอะแยะ
ทั้งสิ่งที่คิด และสิ่งที่เป็นรายละเอียดประจำวัน
ตั้งใจเอาไว้ว่าจะทำชีวิตตัวเองให้อยู่กับร่องกับรอย
คงไม่ถึงขนาดเป็นระเบียบมากหรอก - ยังไม่คิดเปลี่ยนตัวเอง
ที่จริงเรียกว่าพาชีวิตให้ไปสู่สภาพปกติของตัวเองจะดีกว่า
แต่ไม่ทันไร วันนี้กระแดะด้วยซุปถ้วยแรกของวัน
ไม่รู้เพราะหิว ง่วง หรือเหงา รู้สึกว่าวันนี้ซุปอร่อยจัง
เดือนวิกฤติมาถึงแล้ว
ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว และเรื่องของคนใกล้ตัว
ไม่ชอบ "จุดเปลี่ยน" ในชีวิตแบบนี้
เวลาที่ต้องเจออะไรหลายอย่างและพร้อมกัน
และทุกอย่างตัดสินใจทำแบบ "สิ้นคิด" ไม่ได้เลย
แม่เคยว่าไว้ "ชีวิตแกเหมือนโดนคำสาป"
ใครไม่เกี่ยวก็ถอยไป..
ซุปหมดไปแล้ว 1 ถ้วย..
ชีวิตยังเหมือนขาด.. เอิ๊กกกก..
ได้กาแฟอีกแก้ว คงกลมกล่อมกำลังดี
ยิ่งถ้าได้หยดคาลัว หรือว้อดก้าด้วยแล้ว แจ่มสุดๆ
ยังเป็นตัวเองที่เป็นแบบนี้ รักตัวเองที่เป็นแบบนี้
หลุดไปบ้าง หลวมไปบ้าง แต่ก็ยังนับถือตัวเองตลอดมา
ยังสนุกกับการกินกาแฟไม่ร้อน
ยังรื่นเริงกับการกินกล้วยหอมกับกาแฟ
ยัง "รักตัวเอง" มากอยู่ แต่ไม่ถึงกับเห็นแก่ตัว
ยังเป็นแบบนี้.. อย่างที่เคยเป็น
ใครเห็นต่างจากนี้ แปลว่าเครื่องกำลังรวน
ใครเห็นแบบนี้แล้วไม่อยากเสวนา.. ก็เชิญไป
ไม่ต้องพยายาม "รับ" ให้ได้ (กับสิ่งที่ฉันเป็น)
ถ้าเผอิญเดินมาเฉียด แล้วรู้สึกหนักกบาล
ก็ไสหัวกบาลออกไป..
เพราะไม่ต้องการรับคำติ ชม จากคน (ที่ไม่แน่ใจว่า..) รู้จัก
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมในบางวันที่ชีวิตกำลังเหงา
อาจต้องการมีใครสักคนเป็นเพื่อน แต่ไม่สำคัญขนาดจะต้องมี!!
July 04 ::พรุ่งนี้เธอจะยังรักฉันไหม::..
เราจะเดินไปด้วยกัน..ใช่ไหม
เราจะนั่งมองท้องฟ้าด้วยกัน..ใช่ไหม
เราจะดีใจด้วยกัน..ใช่ไหม
เราจะร้องไห้ด้วยกัน..ใช่ไหม
..
พรุ่งนี้เราจะยังมีกันและกัน..เหมือนเดิม..ใช่ไหม
..
..
..
..
ทุกสิ่งดีดีที่เธอและฉัน เคยมีให้กันเรื่อยมา
ไม่ต้องมีคำใดๆ เราเข้าใจแค่สบตา ก็ลึกซึ้งความในใจ ยิ่งผ่านไปนาน ยิ่งทำให้รู้ ว่าดีแสนดีเพียงใด ที่มีเธอคอยดูแลจะไม่เคยจะห่างไกล ยังจริงใจยังเหมือนเดิม แต่จะนานไหม จะเปลี่ยนแปลงไหม
บอกให้ฟัง สักครั้งได้หรือเปล่า
สิ่งที่ดี วันนี้ที่เป็นเรา แต่พรุ่งนี้ฉันไม่รู้ จะเป็นอย่างไร พรุ่งนี้เธอจะยังรักฉันไหม พรุ่งนี้เธอจะทำเพื่อฉันไหม พรุ่งนี้ พรุ่งนี้ จะเป็นอย่างไร ได้ไหม ให้ฉันได้มีเธออย่างเดิม แค่อยากมีเธอ แบบเธอวันนี้ มันคงไม่มากเกินไป
อยากให้เธอยังเป็นเธอ และเหมือนเดิมตลอดไป เป็นคนเดิมที่แสนดี จะอีกนานไหม จะเปลี่ยนแปลงไหม บอกให้ฟัง สักครั้งได้หรือเปล่า
สิ่งที่ดี วันนี้ที่เป็นเรา แต่พรุ่งนี้ฉันไม่รู้ จะเป็นอย่างไร พรุ่งนี้เธอจะยังรักฉันไหม พรุ่งนี่เธอจะทำเพื่อฉันไหม พรุ่งนี้ พรุ่งนี้ จะเป็นอย่างไร ได้ไหม ให้ฉันได้มีเธออย่างเดิม ..ได้ไหม ให้ฉันได้มีเธออย่างเดิม July 03 พอดี"พอดี"เขียนง่ายๆ คำธรรมดาแสนเชย
แต่เรากลับทำชีวิตให้ "พอดี" จริงๆ นั้นยากเย็นเหลือเกิน
เพราะคนเราเติบโตและถูกหล่อหลอมมาจากความรู้สึกที่เป็น "นามธรรม"
รัก หิว อิ่ม ฯลฯ หรือแม้แต่การจะตอบคำถามหรือพูดเจาะจงกับใครสักคน
จึงเป็นเรื่องที่ยากมากและเราจะต้องใช้สามัญสำนึกเอาเอง
ว่าเท่าไหร่จึงพอ แค่ไหนจึงจะดี ทั้งกับเราและคนรอบข้าง
แล้วเรื่องของเรื่องคือ..
เราวัดปริมาณสิ่งที่เราปฏิบัติ คิด และรู้สึก เป็นหน่วยวัดไม่ได้เสียด้วย
ไม่รู้แค่ไหนที่ "มากไป" สำหรับอีกคน หรือ "น้อยไป" สำหรับตัวเอง
บางครั้งคิดเอาเองว่าสิ่งที่ทำมัน "มากไป"
แต่กลับ "น้อยไป" สำหรับผู้รับ
บางครั้งยัดเยียดบ้างอย่างกับคนอื่นเสียมากมาย
กลับคิดว่า "น้อยไป" ไม่เป็นไร แค่นิดเดียวเอง
และยังคงยัดเยียดความอึดอัดให้คนอื่นอีกต่อไป
บางอย่างไม่ได้หมิ่นเหม่จนจะตกขอบที่วางไว้
ระยะที่ห่างก็พอมองเห็นได้ มันมีช่องว่างของมันให้พอเหมาะพอสวย
อยู่ที่จะยอมเข้าใจถึงพื้นที่ว่างที่เว้นไว้หรือเปล่า
ถ้าเล่นโหวกเหวกนอกขอบเขตของตัวเองเมื่อไหร่
ก็เท่ากับว่าเล่นขี้โกงเมื่อนั้น
แต่ถ้าเมื่อไหร่ปล่อยให้ด้านมืดมีอำนาจเหนือกาลเทศะและความถูกต้อง
ก็เหมือนปล่อยตัวเองมาเพ่นพ่านตรงที่ส่วนกลาง ทำร้ายคนอื่น
แม้โดยไม่ตั้งใจ..
ความ "พอดี" เป็นเรื่องยาก
แต่ก็ไม่ยากเกินจะเข้าใจ และยอมเข้าใจ
ไม่ยากเกินที่คนธรรมดาจะคิดด้วยตัวเองได้
อย่าบีบให้คนอื่นต้องทำให้สิ่งที่ไม่ดีออกมา
มันเป็นบาป มันเป็นกรรม |
|
|