| KaowMai's profileLittle Moo's spacePhotosBlogLists | Help |
|
September 29 I'm a sinner, I'm a saint."Bitch"
I hate the world today You're so good to me I know but I can't change Tried to tell you But you look at me like maybe I'm an angel underneath Innocent and sweet Yesterday I cried Must have been relieved to see The softer side I can understand how you'd be so confused I don't envy you I'm a little bit of everything All rolled into one I'm a bitch, I'm a lover So take me as I am Just when you think, you got me figured out I'm a bitch, I'm a tease note: เป็นอีกเพลงที่ชอบและรู้สึกถึงความลงตัวและความพอดีทุกครั้งที่ได้ยิน ที่บอกว่า "พอดี" เพราะเพลงบอกถึงความเป็น "คน" ที่เป็นสัตว์ไม่ประเสิรฐนัก มีส่วนที่ดีแสนดี (ในบางครั้ง) ผสมกับเลวเกินพิกัด (ในบางคราว) รวมแล้วแบบนี้แหละที่ "กำลังดี" บางวันเราอาจจะอยากเป็นใครซักคนหนึ่งที่งี่เง่า อันธพาล อ่อนไหว เกเร ร้ายกาจ ไร้สาระ อ่อนแอ ร้องไห้ และเอาแต่ใจ ในขณะที่บางวันเราเต็มใจที่จะเป็น "คนดี" ที่ทำในสิ่งตรงกันข้าม ทำด้วยความพร้อมและความเต็มใจ รวมทั้งมีพื้นที่ของจิตใจและอารมณ์ เผื่อไว้สำหรับบางสิ่งที่ต้อง "อดทน" ได้อย่างมากมายมหาศาล ซึ่งบางวันเราทำไม่ได้ (เลย) เหรือที่ชอบเพลงนี้อาจจะแค่เหตุผลสั้นๆ ว่า มันบอก "ตัวตน" ของตัวเองได้มากที่สุด แค่นั้นหว่า??? September 26 ไม่สำคัญอาจมีเหตุผลเป็นร้อยพัน ที่เธอคิดจะพูดให้ฉันได้ฟัง
ที่ในวันนี้ต้องเลิกลากัน ฉันก็เคยอยากรู้อยากถามว่าทำไม แต่เอาเข้าจริงก็เปลี่ยนใจ ไม่อยากได้ยินถ้อยคำใด ก็ไม่จำเป็นแล้ว
ก็ไม่สำคัญอะไรกับฉันแล้ว ไม่ว่ายังไงก็คงจบเหมือนกัน
ก็ไม่ต้องพูดต่อ เพราะไม่สำคัญ จบแบบไหนจากตอนไหนก็เหมือนกัน ให้กี่เหตุผลกี่ร้อยคำ ก็ไม่ทำให้ความเจ็บช้ำเจือจาง
และนาทีนี้ไม่ขอรับฟัง ไม่ว่าเคยอยากรู้อยากถามซักเพียงใด แต่เอาเข้าจริงก็เปลี่ยนใจ ไม่อยากได้ยินถ้อยคำใด ก็ไม่จำเป็นแล้ว
ก็ไม่สำคัญอะไรกับฉันแล้ว ไม่ว่ายังไงก็คงจบเหมือนกัน
ก็ไม่ต้องพูดต่อ เพราะไม่สำคัญ จบแบบไหนจากตอนไหนก็เหมือนกัน ก็ไม่สำคัญอะไรกับฉันแล้ว ไม่ว่ายังไงก็คงจบเหมือนกัน
ก็ไม่ต้องพูดต่อ เพราะไม่สำคัญ จบตรงนี้จากตอนนี้เลยแล้วกัน note : ได้ฟังเพลงนี้ นึกถึงเขา..
กับความรัก เมื่อความอดทนมันมาถึงจุดนึง
สิ่งที่เคย "อยาก" กลับกลายเป็น "ไม่อยาก" ไปเสียได้
ไม่อยากแม้กระทั่งจะรับรู้ หรือรับฟังอะไรทั้งสิ้น
เหมือนอย่างในเพลงที่บอกไว้ "อย่างไรก็จบเหมือนกัน"
แยกทางเสียที.. รั้งไม่ได้ก็ไม่รั้ง อยากทำอะไรก็ทำ
ส่วนตัวเองก็เริ่มนับหนึ่งใหม่.. ถึงแม้ว่าจะนับเท่าไหร่ก็ไม่เคยถึงสิบเลยก็ตาม
September 24 บันทึก "ผีอีปลิ้น"คืนวันเสาร์ นอนบางบัวทอง นอนจริงๆ เพราะง่วงจัดตั้งแต่ไม่ถึง 5 ทุ่ม พี่กบเกิดขยัน.. อาการแบบนี้เรียกขยันหรือไฮเปอร์ฯ ก็ไม่รู้ หยิบคอมพิวเตอร์มาทำอะไรต่อมิอะไร.. .. รู้สึกตัวครั้งที่ 1 พี่กบยังนั่งมุมเดิม งุดๆ กับคอมฯ รู้สึกตัวครั้งที่ 2 พี่กบยังไม่เปลี่ยนพิกัด รู้สึกตัวครั้งที่ 3 และ... อีกประมาณเกือบ 10 ครั้ง พี่กบยังคงไม่ไปไหน.. .. ตี 2 ครึ่ง แว๊กกกก.. ตื่นมาทุกสิ่งอย่างมืด ใช้มือแตะข้างตัวครั้งที่ 1 ว่างเปล่า ใช้เท้ากวาดทั่วเตียงอีกก็ ว่างเปล่า ใจหายแว๊บบบ.. กลัว งง เพิ่งจะหลับ เพิ่งจะตื่น ลุกขึ้นมานั่ง น้ำตาไหล.. พี่กบหายไปไหนอ่ะ? . . ร้องไห้.. พี่กบหาย . . เดินไปเปิดไฟทุกดวงในห้อง ประตูห้องนอนล็อก พี่กบหาย.. เปิดประตูห้องน้ำดู ประตูอีกด้านไม่ได้ล็อก พี่กบต้องหายไปทางนี้แน่ๆ . . โกรธ เสียใจ ใจหาย กลัว นอนร้องไห้.. . . ตี 4 กว่า.. ฟังเสียงหมาข้างบ้านจนหลับ . . รู้สึกตัวอีกทีเกือบ 6 โมงเช้า รู้สึกตัวอีกหลายทีตอนที่พี่กบแอบย่องเข้ามาเข้าห้องน้ำ ลืมตามองหน้าด้วยความอาฆาตแค้น โกรธ.. คิด และคิด .. โกรธไม่ได้ พี่กบไม่รู้ว่าเรามีปัญหาเรื่องการตื่นมาไม่เห็นใคร ถ้าก่อนนอนเราอยู่ด้วยกัน จะกี่ตื่นก็ต้องอยู่ด้วยกัน แล้วนี่หายไปไหน?? . นอนพลิกตัวไปมา ตื่นมาส่งงานทางเมล์ อาบน้ำ ลงไปข้างล่าง พี่กบออกไปซื้อหมูปิ้งไว้รอพี่นกกับพี่ทัย . . นั่งโกรธอยู่ข้างบ้าน "นั่งทำไรอ่ะ เหมือนนั่งสมาธิเลย" พี่กบทักแบบนิ่มนวล "เปล่า.. เออ พี่ หนูมีไรจะบอกและจะคุยกะพี่ด้วย ซีเรียสนะ" "หือ.. ว่าไงอ่ะ" "มีไรจะขอ.. อย่าทำแบบเมื่อคืนอีกนะ" "ทำไรอ่ะ" "อยู่ด้วยกันแล้วหายไป หนูกลัว ใจหาย ไม่ชอบ อย่าทำอีกนะ" "เอ๋า หวังดีประสงค์ร้าย นึกว่าจะให้หลับสบาย" อ่านสีหน้าไม่ออกว่าพี่กบขำ หรืองง หรืออะไร . . คิดว่าตื่นเช้ามาวันอาทิตย์แล้วจะต้องทำสวน แต่สรุปว่า เช้าวันอาทิตย์ แค่นั่งเป็นกำลังใจให้เจ้าของบ้าน กระทำชำเราต้นกระเพรา แมงลัก และโหระพา .. ถ้ดมาทำน้ำสลัด ตกเที่ยงรับหน้ากับคนเขียนแบบสวน รอเจ้าของบ้านตัวจริงออกมาคุยต่ออีกที . พี่นกพี่ทัยมาถึงแล้ว รีบบอก รีบฟ้อง และขอในสิ่งเดียวกัน "ห้ามทำให้ตื่นมาแล้วไม่เห็นใคร" . ครบองค์ โซ้ยหมูปิ้ง ข้าวเหนียว ขนม และกาแฟ ย้ายทัพไปดูต้นไม้แถวพระราม 5 แต่ละนางได้ต้นไม้ติดไม้ติดมือกลับมา ที่เร้าใจที่สุดเห็นจะเป็น "หัวใจสะออน" นี่ล่ะ ฝากมือเย็นไว้ที่ "ครัวชายคลอง" เพราะพี่ทัยอยากกินส้มตำ จากสเต็กปลาหน้าหมู่บ้านพี่กบ จึงต้องยอมเพราะร้ากพี่ . กลับมาขนของแบ่งสมบัติตามจริงและตามสัดส่วน "พี่ทัยง่วงมั้ย" "ไม่ ตัวเองง่วงอ่ะดิ" "หึ ทนได้ เล่นไพ่นะ" "ได้" . วงของเราจึงเริ่มขึ้น.. โดยพี่กบเป็นเจ้ามือ ดูเหมือนเจ้ามือดวงจะขึ้น เพราะฟาดน้องไปทั้งวงเลยทีเดียว พี่ทัย.. อย่างไรก็ไม่ยอมแพ้ ขอเพิ่มอีกขา ดักทาง ดึงไปดึงมา ไพ่ขอบขึ้น "ไรอ่ะ ไม่ได้ตกลงกันตั้งแต่แรกเค้าไม่จ่าย" พี่กบ.. (จำ) ยอมอีกตามเคย แต่จะกี่ขา กี่มือมิรู้ได้ จู่ๆ พี่ทัยก็ขำ เดือดร้อนน้อง "บะเอื้อก" เต็มปากเต็มจมูก ทำพื้นห้องเลอะเทอะ . "พี่ เค้าเพิ่มขานี้เป็น 20 ได้มั้ยอ่ะ" "งั้น เค้ายอมให้พี่กินขานี้ ไปเลยดีกว่า" อีท่าไม่ทราบได้ จู่ๆ เธอก็ได้ไพ่เรียง.. มองจากหน้าตาแล้วส่อเค้าว่า.. จะแอบปลิ้นไพ่จากทั้งสองขา ยิ่งว่ายิ่งขำ ยิ่งจับผิด ฮา.. น้ำตาเล็ด . หลับๆ ตื่นๆ เล่นไป งงไป จู่ๆ พี่นกก็ปล่อยหมีมาให้เห็น หลังจากนั้น เมื่อเห็นหมี ผีอีปลิ้นก็ออกอาละวาด . คงเป็นเจ้ามือที่ชนะขาดลอย กินรอบวง พระอินทร์ sms มาตามให้เฝ้าด่วน จึงชิ่งขึ้นเตียง รู้สึกตัวอีกทีเมื่อมีเท้าเย็นเฉียบมาซุกผ้าห่ม . รู้สึกตัวอีกทีเมื่อคนที่นอนอยู่ข้างๆ ปลุกด้วยรอยยิ้ม หันไปนัวเนียกับคนอีกข้าง ก่อนจะโดนเคาะให้ลุก "เง้อ.. ขออีก 5 นาทีค่ะ" พี่ทัยต่อรองอีกเฮือกสุดท้าย ก่อนจะลุกล้างหน้า.. ส่งพี่ ส่งน้อง ขนต้นไม้ลง ส่ง sms ว่าถึงที่หมาย.. คนรับ sms วางใจให้หลับ . September 22 คลิปโป๊สืบเนื่องจากความจำเป็นที่จะต้องใช้ clipart
แต่ไม่รู้เพราะความไม่เป็นระเบียบในการเก็บของ
หรือเพราะระบบในการเก็บของดีเกินไป
ทำให้หาซีดี 3 กระเป๋าไม่เจอ
พยายามมา 3 วันแล้ว
แรกทีเดียวเข้าใจว่าอยู่ท้ายคุณน้องตาหวาน
วันถัดมารื้อดูทั้งคัน ไม่มีแม้เงายกเว้นกระเป๋าใบที่เคยใส่ไว้หิ้วหวีไปมา
กระทั่งเมื่อวานรื้อบนห้องดูอีกรอบ และเช้านี้ก็รื้อน้องตาหวานอีกรอบ
ไม่มี ไม่เจอ..!!
sms หาพี่ๆ ดูเผื่อว่าไปลืมไว้บ้านใคร หรือเผื่อใครผ่านตาเห็นบ้าง
มี 2 ข้อความตอบกลับมา ดังนี้..
หนึ่ง พี่ใหญ่ ตอบกลับมาว่า "คลิปโป๊อ๊ะเปล่า :-p มะเห็นนะ"
สอง พี่เสือ ตอบกลับมาว่า "คลิปอาร์ตม่ายมี มีแต่คลิ๊ปโป๊ เอาป้ะ อิอิ...."
เห็นความเหมือนในความต่างไหม?
เห็นอะไรในความเป็น "ตัวตน" ของแต่ละคนไหม?
ความเหมือนในความต่างหลายสิ่งทำให้เรามาอยู่ร่วมกัน
มีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม?
แต่ที่แน่ๆ พี่สองคนทำให้หนูหัวเราะขึ้นมาเป็นบ้าไปเลย!!!
September 19 บอกกับตัวเองว่า...ทุกสิ่งผ่านมา.. คงอยู่.. และ (ต้อง) ผ่านไป
แยกปัญหาเป็นก้อนๆ จัดการมันทีละก้อน
สติเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา
แต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้..
September 17 โลก ปัญหา หัวใจ และไร้สติตอนที่ 1 : คนเรามีโลกอยู่กี่ใบนักเชียว..
เป็นคำถามที่ยังไม่ได้คิดหาคำตอบ
ระยะนี้เป็นระยะขี้เกียจคิด.. ยิ่งเรื่องซับซ้อนยิ่งไม่อยากคิด
'หนีปัญหา' จะว่าอย่างนี้ก็ไม่ผิด
บางครั้งรู้ว่าถ้าทำแบบนี้แล้วจะเจอปัญหา
คนที่ "ขี้เกียจ" เป็นสันดาน นึกไม่อยากจะแก้ปัญหา
เหตุผลเพราะเสียเวลานอน เอิ๊กกก..
ก็จะเลือกที่จะเดินเลี่ยงไปเฉียดทุกสิ่งที่เป็นต้นเหตุของปัญหา
ทีนี้ปัญหาบางอย่างมันดันมาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว
บางทีก็มาแบบ ค่อยๆ ซึมเข้าไปในความรู้สึกวันละนิด
บางครั้ง "ความอ่อนไหว" ที่ปนมากับความสัมพันธ์ที่ดี
ก็เป็น "ปัญหา" อย่างหนึ่ง
สรุปว่า "หนีไม่พ้น" ใช่ไหม? (อันนี้แอบถามตัวเอง)
แล้วตกลงว่าเรามีโลกกี่ใบ..
ไม่เคยนับแฮะ เพราะขี้เกียจ
แต่ที่แน่ๆ คนพิเศษมักจะไปอยู่กับเราในโลกทุกใบเสมอ
เพราะไม่ว่าจะขยับไปโลกใบไหน ยังไงก็นึกถึงเขาตลอดเวลา
และระหว่างเรากับคนพิเศษก็มี "โลก" อีกหนึ่งใบไว้เชยชม
แต่ไม่ว่าจะมีโลกสักกี่ใบ.. ก็ยังมีโลกส่วนตัวอยู่ดี
บางทีเห็น "โลกใบใหม่" กำลังเกิดขึ้นอยู่ข้างหน้า
ถึงคราวที่ต้องมาตกผลึกความคิดแล้วว่า..
จะก้าวเข้าไปหาโลกใบนั้นดีไหม..
ยิ่งถ้าหากว่าโลกใบนั้นดันเป็นโลกคิดว่ามันจะเป็น "ปัญหา" ด้วย
เรื่องนี้ต้องคิดนานแฮะ!!
ตอนที่ 2 : ปัญหาที่ไม่ใช่ปัญหา
บางครั้งการใช้ชีวิตกับบางสถานการณ์
เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวังมาก
ยิ่งระวังมาก ยิ่งลน ยิ่งกลัว ยิ่งพะวง สูญเสียความมั่นใจ
"ความกลัว" ทำให้พยายามใช้ชีวิตอย่างมีสติ
ค่อยๆ เดิน ค่อยๆ ตั้งรับ และค่อยๆ เข้าใจสิ่งที่ผ่านเข้ามาให้รู้สึก
เพื่อป้องกันก่อนที่บางอย่างจะ "สายไป" เกินแก้ไขเยียวยา
พยายามคิดและคุยกับตัวเอง
ด้วยการเดินออกมาจากสถานการณ์และสิ่งเร้าตอนนั้น
มองกลับเข้าไปในฐานะของคนอื่น และตัวของเราเอง
บางครั้งพบว่า "เรากลัวมากไป"
บางครั้งพบว่า "สิ่งเร้ามันมากไป"
สรุปว่าจัดการกับความคิดตัวเองไม่ได้
ทั้งๆ ที่ถามตัวเองอยู่หลายครั้ง
คำตอบเดิมนั่นแหละ เพียงแต่ว่า บางเรื่องมันมีข้อแย้งได้
หัวใจตัวเอง.. ก็คงมีแต่เราเองที่จะต้องรู้เท่าทัน
และจัดการให้มันอยู่หมัด!!
ตอนที่ 3 : ไร้สติ
ช่วงนี้รั่วมาก รู้ตัวเองตั้งแต่ความทรงจำสั่นเต่อ
ลำดับความคิดเป็นการงานไม่ได้
เบื่อทุกอย่าง หิวการพักผ่อนอย่างสาหัส
รวมทั้งอยากหลบไปจากผู้คนซักพัก
มีอะไรหลายอย่างให้คิดให้ทำ
แต่ทุกอย่างลักลั่น ผิดรูป ผิดที่ ผิดทางไปหมด
สติแตก และที่แย่กว่านั้นคือ หัวใจมันเกเร
นี่แหละบังคับขืนเขากันยากที่สุด
September 14 คนของเธอกรี๊ด...
"ไม่ว่าเธอจะเคยเป็นใคร จะผ่านอะไรมา
ขอจงอย่าเป็นกังวล นี่คืนคนของเธอ
ไม่ว่ามันจะเกิดอะไร ต่อจากนี้ไป
ฉันจะอยู่ดูแลเธอ ด้วยความว่ารัก ด้วยใจ"
ฟังเพลงนี้แล้วอยากมีแฟนอกใหญ่และไหล่อุ่น
เอาไว้พิง เอาไว้อิงแอบ ..
ไม่แน่ใจว่าหลังจากที่ฟังเพลงนี้หลายรอบแล้ว
ความรู้สึกจะจมดิ่งกับอดีต หรือโบยบินฝันหาอนาคต
อาจเป็นเพราะส่วนหนึ่งชีวิตเคยมีแผล
ถึงจะเลิกเป็นแผลสดแล้ว แต่ร่องรอยที่ติดอยู่ในใจ
เหมือนแผลเป็นที่คอยตอกย้ำความผิดพลาด
ยากเอาการอยู่เหมือนกันที่จะลืม
แม้จะให้อภัยตัวเองกับความผิดพลาดที่ตั้งใจเลือกแล้วก็ตาม
แต่เมื่อวันหนึ่งต้องเผชิญหน้ากับใครสักคนที่ "รักเรา"
แล้วอดีตมันจะยังเป็นอดีตจริงหรือ?
แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่า...
(ความผิดพลาดใน) อดีตจะไม่รบกวนปัจจุบัน
ถ้ามีเทพบุตรสักคนเดินเข้ามาแล้วรู้สึกแบบนี้จริงๆ
อาจจะเป็นการขุดรอยแผลเก่าให้กลายเป็นแผลสดอีกทีก็ได้
เริ่มมองเห็นแล้วว่า "การอยู่คนเดียว"
น่าจะเป็นการจัดการชีวิตส่วนนี้ได้ดีที่สุด
ที่สำคัญคุณเทพบุตรจะรับได้จริงหรือ? และรับได้ตลอดไปหรือเปล่า?
เพราะเรื่องจริง เทพบุตรกับเจ้าชาย มีแค่ในนิยาย หรือไม่ใช่??
August 31 เสียศูนย์อีกครั้งในชีวิตที่ก่อนนอน..
แล้วรู้สึกว่า.. มองไม่เห็นอนาคตของตัวเอง
อีกครั้งในชีวิตที่รู้สึกว่า.. พรุ่งนี้จะต้องเริ่มทำอะไรก่อนหลัง
อีกครั้งในชีวิตที่รู้สึกว่า..
ตื่นมาพร้อมกับอาการซึมเศร้า หดหู่
และอีกครั้งในชีวิตที่ต้องบอกตัวเองว่า..
สิ่งที่เคยเป็นเคยอยู่ข้างหน้า ต่อไปจะเปลี่ยนทิศเปลี่ยนทาง
และบางอย่างก็ไม่เหลือให้จับต้องอีก
ทุกสิ่ง ทุกคน ยังคงอยู่และอยู่ต่อไป
แต่ตัวเราเองที่ต้องขยับเปลี่ยน
งง เหมือนฝัน เหมือนอะไรก็ไม่รู้ เหมือนโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของจริง ขับรถออกมาด้วยอาการน้ำตาซึมตลอดทาง บางทีก็ร้องไห้
เออหนอชีวิต.. ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว ยิ่งคิดยิ่งหาทางออกไม่เจอ อาการอย่างนี้เรียก "ฟั่นเฟือน" ยังเรียกสติกลับมาไม่ได้
ปากพระร่วงอีกแล้ว.. บอกว่าปัญหามันแตะมือกันเข้ามาทำให้ปวดหัว สุดท้ายต้องแพ้ตัวเอง.. กับบางเรื่องและบางคนที่มีอิทธิพลกับชีวิต จัดการไม่ได้จริงๆ ทำอะไรไม่ได้จริงๆ เรียกสติกลับมาไม่ได้อีกแล้ว ชีวิตเสียศูนย์ เสียหลัก ขยับอะไรไม่ได้เลย วันนี้ไม่มีแรงเหลือให้ต่อสู้กับอะไรอีกแล้ว
ความอดทนเป็นศูนย์ ขอพักใจ พักสมองนิ่งๆ ..เหนื่อยจัง!!
..
บันทึก : 30 สิงหาคม 2550 ระหว่างทางไปบ้านพี่กบ เพื่อนรักโทรมาหา "อยู่ไหน อยากรู้แต่ไม่อยากถาม" "ขับรถอยู่ กะลังจะไปบางบัวทอง (บ้านพี่กบ)" "อ่อ.. กำลังจะขับรถกลับบ้าน!!!" เออ.. ดูมันแดกดันเข้า บันทึกไว้อีกที วันที่อารมณ์เปลี่ยนสี
ช้างกี่เชือกก็ฉุดอารมณ์และสติไม่ได้ ลมพัดแรง หัวใจหล่นหาย (อีกแล้ว) August 27 เริ่มต้นเริ่มต้นจากวันนี้.. จะเริ่มคิดแต่เรื่องดีๆ
จะขจัดเรื่องที่รบกวนสมองและจิตใจออก
ที่ละนิด วันละน้อย..
จะเลิกพูด.. ถ้าพูดแล้วอะไรๆ ไม่ดีขึ้น เหมือนพูดกับก้อนหิน
จะเลิกฟัง.. ถ้าฟังอะไรซ้ำๆ แบบป่วนรอยหยักสมอง
จะใช้สติในการบรรเทาตัวเองจากความเศร้าทั้งปวง
ปล. โหลดรูปใน space ไป 3 album
August 24 ก้อนปัญหาวันที่ต้องเจอกับปัญหา
สิ่งแรกที่จะต้องทำคือ ตั้งสติ
แล้วแยกปัญหาออกเป็นก้อนๆ
แก้ปัญหาแต่ละก้อนตามลำดับความสำคัญ
ถ้าแก้ไม่ได้ ก็ให้ยืดอกรับผลที่จะเกิดขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นด้าน "ดี" หรือ "เลว" อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
บางก้อนของปัญหามีตอนจบที่ไม่สวยงาม
และไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวังมากนัก
แต่ขอให้..บอกกับตัวเองว่า ไม่ว่าจะ "ดี" หรือ "เลว"
นั่นคือผลลัพธ์.. ที่เราต้องยอมรับ
บางอย่างที่สุดความสามารถแล้ว
อย่าเสียใจ สุดท้ายทุกอย่างก็ต้องจบลง
อาจจะเสียใจ.. แต่ไม่ก็ไม่นาน..แล้วทุกอย่างจะดีเอง
August 22 บทพิสูจน์"ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน"
พิสูจน์ได้จริงหรือ? ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้อยู่กับที่
แม้แต่โลกบูดๆ เบี้ยวๆ ใบนี้ก็ตามที่เถอะ ยังหมุนทุกวัน
ตอนนี้บางอย่างเปลี่ยนไป ใบไม้เปลี่ยนสี
ฤดูเปลี่ยน ยิ่งตอนนี้ยิ่งเปลี่ยนแบบมั่วๆ งงๆ
ใจคนจะไปไหนเสีย.. หาความมั่นคงยากขึ้นตามสภาวะโลก
กับความสัมพันธ์เมื่อถึงจุดเปลี่ยน
บางครั้งเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหาความนิ่งและจุดยืนไม่ได้
ยิ่งเปลี่ยนเพื่อทำลายล้าง ไม่ใช่เปลี่ยนเพื่อก่อความสุข
จุดเปลี่ยนแบบนี้เรียก "พลังการทำล้าย"
คนบางคน เดี๋ยวก็เปลี่ยนไป เดี๋ยวก็เปลี่ยนมา
เปลี่ยนใจ เปลี่ยนอารมณ์
พัดเอาใบไม้ดอกไม้ที่อยู่บนต้นร่วงกระจาย
เสียหาย.. หมดไม่มีเหลือ
นี่แหละ ลมเพลมพัด..
และยิ่งพัดแรงเป็นพายุ
ทำร้ายใจคนอื่นแบบไม่ทันตั้งตัว
ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบไหน
เราก็ไม่มีสิทธิ์ไปคุกคามคนอื่น
ไม่มีสิทธิ์ไปอ้างว่า "ลืมตัว" หรือแค่ "เผลอใจ"
เพราะส่งเหล่านี้ คอยจะทำร้ายและทำลายคนรอบข้างอยู่ร่ำไป
ไม่มีจบสิ้น.. เสียดาย เสียดาย
ถ้าความเจ็บปวดที่ก่อเค้าก่อตัวมาจากความ "ลืมตัว"
แล้วพัดเอาความ "เห็นแก่ตัว" ให้กระทบกับคนอื่น
แล้วร่ำร้องให้ทุกอย่างเป็นไปตามใจต้องการ
ไม่ว่าสิ่งนั้นจะนำมาซึ่งความเจ็บปวดและเสียใจแค่ไหนก็ตาม
มันทำให้ตอกย้ำความมั่นใจได้แล้วจริงหรือ
มันทำให้อุ่นใจตลอดไปได้ไหม - - ถ้าหนทางข้างหน้าคือความเดียวดาย
กลอนบทนึงที่เคยอ่านมาตั้งแต่เด็ก
"หากวันวานไม่มีค่า วันข้างหน้าก็ไม่มีความหมาย
ในเมื่อวันนี้ไม่มีความจริงใจ จะคบกันทำไมให้เสียเวลา"
กับความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น
มันพิสูจน์ได้หรือยังว่า "ความจริง" คืออะไร
กับความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น
ทำให้ "เชื่อใจ" กันหมดเปลือกพอหรือยัง
หรือที่ผ่านมายัง "เสียหาย" ไม่พอ
August 21 up date ชีวิตตัวเองเมื่อคืน..
"พี่ม่วง ใหม่เข้า space พี่ม่วงได้คนเดียวในโลกใบนี้อ่ะ"
หลังจากหงุดหงิดกับการเข้าสเปซไม่ได้มากว่า 2 สัปดาห์
คราวก่อน.. ก็พูดบอกประมาณนี้เหมือนกัน
วันรุ่งขึ้นเข้า space ตัวเองและ space คนอื่นได้ในบัดดล
วันนี้ก็เป็นเหมือนเดิม เอิ๊กก.. นึกคำอีพี่หนูว่า
"เฮ้ย พี่ม่วงแกเนี่ย ไปตกลงอะไรกับไมโครซอฟต์ป่ะวะ"
ก็ไม่รู้พรุ่งนี้ยังจะเข้าได้อีกไหม? จบเรื่องสเปซไปฃ
..
up date ชีวิตตัวเอง
ชีวิตกลับเข้าฐานได้แล้ว ถึงน็อตยังจะหลวมอยู่ก็ตามทีเถอะ
ถ้าไม่มีอะไรมากระทบแรงๆ ก็คงอยู่กับที่ได้อีกพัก
และอีกไม่นานจะแข็งแรงเหมือนเดิม
บอกตัวเองให้เข้มแข็งไว้ ยืดหยัด และมั่นคงให้มาก
คนที่มั่นคงจะต้องผ่านจุดที่เละเทะไปได้ดีที่สุด
ถ้า "เปลี่ยน" คนอื่นไม่ได้
ก็ "เปลี่ยน" ที่ตัวเอง
แต่บางเรื่อง "เปลี่ยน" ตัวเองไม่ได้
ก็ปล่อยมันไหลทิ้งไปกับกาลเวลา
ความผูกพัน จนเกิดเป็นความรัก
คงจะพอ "ซึมซับ" สิ่งที่ดีๆ ไว้กับตัวเองบ้างในเวลาคับขัน
"รอ" เพื่อ รื้อฟื้น และรีไซเคิล ความรู้สึก
ยังเชื่อเสมอว่าระหว่างเรามันไม่ใช่แค่ "คนรู้จัก"
และมันไม่ได้ผ่านมาเพื่อผ่านไป ง่าย - ง่าย
หวังว่า.. จังหวะชีวิตที่ดีคงหมุนเข้ามาให้เราได้เริ่มต้นใหม่
August 12 สิ่งแปลกปลอมตัดสินใจเลิกยุ่งกับ "บางเรื่อง" ของ "บางคน"
ไม่ยุ่งนี่ แบบไม่ยุ่งอย่างถาวรเลย
ไม่อยากให้ตัวเองเป็น "สิ่งแปลกปลอม"
หรือต้องอยู่ในสถานการณ์ที่วุ่นวาย
บางครั้งต้องอยู่กับคนที่ซับซ้อนซ่อนอะไรไว้สารพัด
และยังทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากอีก
เจออย่างนี้มันเหนื่อยเกินไปอย่างไร้เหตุผล
เอาเป็นว่าจะมองก็ต่อเมื่อเปิดให้ดู
จะรู้ก็ต่อเมื่อเล่าให้ฟัง..
อยากให้เห็นเป็นแบบไหน.. ก็จะเห็นให้เป็นแบบนั้น
อยากให้เชื่อแบบไหน.. ก็จะเชื่อในแบบนั้น
gallery : ถ่ายจากใต้กะลาที่บางบัวทอง 12 August 2007
August 11 บันทึกสอนตัวเองเขียนที่ห้องใต้กะลา บางบัวทอง : 22.13 น.
อยากบันทึกบางเรื่องราวที่ไม่ค่อยอยากจะให้เกี่ยวกับความทรงจำ
ไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้ (อีกแล้ว) ไอ้อาการที่หลุด และรั่ว
ไม่ได้อย่างใจไปเสียทุกอย่าง อะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด
สับสนไม่รู้ว่าอะไรเป็นต้นเหตุ ทุกอย่างมะรุมมะตุ้มไปหมด
สิ่งที่ต้องบันทึกไว้สอนตัวเอง (บอกตัวเองในวันที่มีสติครบถ้วน)
หนึ่ง เอาใจเขามาใส่ใจเรา สิ่งไหนที่เราไม่ชอบอันเป็นพื้นฐาน
คนอื่นก็ไม่ชอบเหมือนกัน ฉะนั้น อย่าทำ
สอง อย่าทำร้ายความรู้สึกของคนที่รักเราด้วย "ความรัก" ของเขาเอง
สาม อย่าสร้างโลกส่วนตัวของตัวเองจนคนที่อยู่ใกล้ อยู่ด้วยไม่ได้
สี่ อย่า "หลอก" คนอื่น แม้เพียงเพื่อเหตุผลเล็กน้อย แค่ให้ตัวเองสุข
ทั้งที่สุขนั้นไม่ยั่งยืน..
ห้า อย่ายัดเยียดความรู้สึกทุกอย่าง.. แค่แบ่งปันกันบ้าง แค่นั้นพอ
ถ้าสิ่งที่ไม่ดีทั้งหมดที่ว่ามา
อาจ "แลก" สิ่งดีๆ ไปจากชีวิต
แล้วเรายังจะทำมันอีกไหม?
วันนี้ห้าอย่างพอแล้ว..
ค่อยๆ ทำทีละนิด..
กับบางคนค่อยๆ รักจะได้ไม่สำลัก
กับบางคนค่อยๆ ลืม จะได้ไม่ทรมาน เอิ๊กก..
ปล.ขอบคุณเจ้าของบ้านงามๆ อีกที
สำหรับความปรานีที่เปิดกะลาให้หมูเข้ามาอาศัยนอน เราจะ "รักกัน" น้อยลงจริงหรือ?เข้า space ได้เอาตอนที่ไม่มีอะไรจะเขียน
เหมือนมาได้อะไรเอาตอนที่ "สาย" ไม่ทันกับที่ต้องการ
และเหมือนที่ใครหลายคนอารมณ์ดี้ ดี ตอนคนอื่นเค้าอารมณ์เสียแล้ว
พอกัน ทั้งเทคโนโลยีและคน!!
.
.
มีบางอย่างให้คิดให้ตัดสินใจ
เหมือนต้องเลือกระหว่าง "ชีวิต" และ "ลมหายใจ"
ที่จริงไม่ต่างกันเลย.. เพราะชีวิตก็คือลมหายใจ
แต่ทำไมต้องเลือกก็ไม่รู้.. ใจหายชอบกล
ใจหายตั้งแต่ตอนที่ต้องเลือก
ใจหายตั้งแต่ถามคำถามคนอื่นไป
ใจหายที่สุดตอนที่ได้ยิน "คำตอบ"
บอกแล้วว่าเกลียดการต้องเลือก
โดยเฉพาะการเลือกที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของชีวิต
และบางสิ่งที่ขึ้นชื่อว่า "เลือก" ที่จริงแล้วต้องเลือกต่างหาก
และเมื่อต้อง "เลือก"
ถ้าคนที่เรารัก จะรักเราน้อยลง ก็คงทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้
และเมื่อต้องเลือก.. ถ้าบางอย่างจะเปลี่ยนไป
คงต้องก้มหน้ายอมรับ..
ถ้าความรักมันจะ "เบาบาง" ลง ก็คงต้องทำใจ
ถ้าวันนั้น..มาถึง
เราจะ "รัก" กันน้อยลงจริงหรือ?
เราจะ "ลืม" กันได้จริงหรือ?
August 06 บทเพลงของเราอีกนานไหมฉันก็ไม่รู้ อีกกี่เดือนหรือจะอีกปี
กี่หมื่นพันล้านความทรงจำที่มีไม่เคยไม่คิดถึงเธอ
เมื่อวันที่คน "ขี้หมา" แบบฉันได้ฟังบทเพลง "ของเรา"
คนของความทรงจำที่แม้ปัจจุบันก็ยังอยู่เคียงข้างกันเสมอ
หลายสัปดาห์มานี้ ถึงจะได้ยินได้ฟังคำตัดพ้อต่อว่า
"ไม่มีเวลาให้เลย" กับอาการงอแงเล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ
"ว่าจะหาหมอที่โรงพยาบาลรามาฯ"
"ก็มาสิ น่าจะมีคลินิคนอกเวลาอยู่หรอก มาป่ะเดี๋ยวถามให้"
"หึ ไม่อ่ะ หาหมอรามาฯ เธอก็ไม่อยู่ อยู่ดี"
"เค้าหาหมอกับตัวเองก่อนก็ได้ เดี๋ยวค่อยไปกับเพื่อน"
ระหว่างทางกลับ..
"มีของขวัญมาให้"
"อะไรอ่ะ"
"ซีดี นี่ตั้งใจทำมากเลยนะ มีความหมายทุกเพลง"
ฉันแอบยิ้ม.. ปกติที่ได้รับเพลงที่เขารวมใส่ซีดีมาให้ทุกเดือนนั้น
เขาจะบอกว่า 'ไม่มีความหมายอะไรเป็นพิเศษนะ รวมมาให้ฟังเฉยๆ'
"เปิดให้เค้าฟังหน่อยดิ"
"ไว้ค่อยฟังตอนอยู่คนเดียวเหอะ"
"ไม่อาววว จะฟังตอนนี้ นาวววว"
..
มีคนนึงเคยใช้เพลงนี้ ขอคืนดีเค้าด้วยแหละ
ตอนเลิกกันน่ะ
"ไม่เข้าท่า เพลงนี้เขาต้องฟังตอนรักกันต่างหาก"
เจ้าของซีดี เถียงคอเป็นเอ็น
"ทำไมเลือกเพลงนี้ให้เค้าอ่ะ"
เจ้าของซีดีหัวเราะ "บอกแล้วไง ว่าให้ฟังตอนอยู่คนเดียว
ทุกเพลงมีความหมายหมด แต่อยากให้คิดเอง.."
เอิ๊กก.. เพลงพวกนี้ เป็นเพลง "บอกรัก"
บางเพลงเป็น "เพลงของความทรงจำ" ของเราสองคน
"อั๊ย.. ทำไมเลือกเพลงนี้ เคยเกลียดเค้าหรอ เคยไล่เค้าตอนไหนอ่ะ"
ไม่มีคำตอบนอกจากรอยยิ้ม
"กรี๊ดดดดดดด.. ชอบเพลงนี้ ชอบมาก" ฉันแหกปากลั่นรถ
"ทำพลาดแล้ว ชอบขนาดนี้ไม่ต้องฟังกันหลายรอบเลยหรอเนี่ย"
"แน่นอน.." พูดแล้วฉัน repeat เพลงนี้อีกรอบ
ฉันไม่เคยใคร ไม่ขวา ไม่ซ้าย ไม่สมบูรณ์ไป
ไม่มองแง่ร้ายหรือเอาแต่ใจ แต่มีอะไรไม่ธรรมดา..
ฉันไม่เคยเจอใคร ไม่เร็วไม่ช้า ไม่น้อยเกินไป
แต่มีอะไรที่ดีกว่าใคร ลงตัวกับใจอยู่กันได้พอดี
บางเพลง..
คนให้ยิ้ม คนรับยิ้ม "บทเพลงแห่งความสุข" ทั้งนั้นนินา
"ไม่กินข้าวด้วยนะ พี่เค้ารอกินข้าวอยู่แน่ะ" ฉันบอก
"อ้าว แล้วจะมาทำไมล่ะเนี่ย"
"ตัวเองไม่สบายไง ก็มาส่ง อยากมาส่ง"
"แล้วขับรถไปบางบัวทองอีกเนี่ยนะ" เขาถาม
ซึ่งอันที่จริงแล้ว ฉันเชื่อว่าเขารู้เหตุผลที่ฉันเลือกทำทุกอย่าง
"อือ..ก็เค้ารักทุกคนเท่ากันนี่"
..
เพลงหนึ่งขึ้นมา..
ก็รู้ดีว่าฉันเป็นเพียงคนที่รักเธอ ไม่ใช่คนที่เธอรัก
และมั่นใจว่าใครที่ใกล้เธอก็คงเหมือนกัน..
ฉันก็เป็นแค่คนหนึ่งที่ขอแค่มองเธออยู่
และพใจแค่เพียงเท่านี้ จะเป็นไรไปหากจะรักคนดีๆ
..ก็เพราะเธอน่ารัก ฉันเลยต้องรัก ก็ไม่จำเป็นต้องห้ามหัวใจ..
ไม่ว่าจะยังไง เลือกแล้วว่าจะเป็นคนที่รักเธอ
อีกเพลงหนึ่งขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม..
ไม่มีอะไรที่จะเหนือกว่าความรักเรา ที่มีในใจของเธอกับฉัน
ไม่มีอะไรจะมาแยกทางหนึ่งในหัวใจคนสองคน
ต่างก็รักกันมันสำคัญกว่าสิ่งไหน
คนได้รับอยากขอบคุณเหลือเกิน
ไม่รู้จะมีอะไรที่จะตอบแทนหัวใจดีๆ แสนดีนี้ได้
นอกจากจะบอกว่า..
"เขาคือคนที่อ่อนโยนและสวยงามที่สุดในชีวิต"
ขอบคุณที่เข้ามาทำให้ชีวิตมีสีโทนอุ่นในวันที่หนาว
และมีสีโทนเย็นในวันที่ร้อนเป็นไฟ
ขอบคุณเข้าใจและรับได้ในสิ่งที่ฉันเป็น
ขอบคุณสำหรับความเป็น "เพื่อนที่แสนดี" ตลอดมา
ขอบคุณที่ทำให้วันนี้ มีเพลงรักอบอวลไปทั้งรถ!!
August 04 เคลียร์3 สิงหา - - วันบ้าอะไรก็ไม่รู้
เรื่องราวที่เกิดขึ้นวันนี้ ทั้งฮอร์โมน ทั้งอารมณ์ กดดันเป็นบ้า
หนึ่ง ระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงกระทันหัน
ส่งผลให้ สอง ระดับอารมณ์ไม่คงที่ ความอดทนลดต่ำ
และ สาม พร้อมตายในสนามรบเมื่อชาติต้องการ
กว่าจะสงบสติอารมณ์ลงได้ และกว่าไล่ "เคลียร์" กันเป็นรายคนอีก
ยังไม่ทันไร สติมันจะแตกขึ้นอีกครั้ง เมื่อโยนคำถามไปแล้ว "เงียบ"
ให้ตายเหอะ!! แค่พูด แล้วอธิบายเนี่ย มันจะท้องผูกหรือไงฟะ
ความอดทนที่น้อยนิด บวกกับสถานการณ์ที่ยั่วโทสามาก
ช่างเป็นอะไรที่อยากหักคอคนทิ้งซะจริง
เมื่อคืน จึงเป็นคืนที่ต้องนอนไปพร้อมกับความกังวล
และความรู้สึกที่แย่ๆ คลุมเครือ ไม่สงบอย่างที่ควรจะเป็น
ทั้งร้องไห้ โกรธ หงุดหงิด สุดท้ายปวดหัวข้างขวามาก
ปวดชนิดที่อยากจะกระทืบ "ต้นตอ" ที่ทำให้เป็นแบบนี้เสียจริงๆ
เช้านี้ ลืมตามาพร้อมกับประสาทตึงๆ อาการ "เครียด" ยังอยู่
แม้แต่กบาลซีกขวาก็ยังไม่มีทีท่าจะหายปวด
ถามน้อง "โกรธจนปวดหัวเนี่ย กินยาไรฟะ"
ฟาดไป 1 เม็ดเป้ง.. อืมม.. 2 ชั่วโมงผ่านไป ค่อยดีขึ้นหน่อย
โลกบูด โลกปูด หรือโลกเบี้ยว
แต่เป็นแบบไหน.. ชีวิตทุกวันก็ต้องเดินไปข้างหน้า
กับเพื่อนร่วมทาง (ชีวิต) เปิดใจบ้าง ใช้ใจคุยกันบ้าง
เรื่องที่คิดว่า "ยาก" บางทีก็ "ไม่ยาก" อย่างที่คิด
เมื่อ "รัก" ก็บอก "โกรธ" ก็บอก
หนทางยังอีกยาวไกล.. ยังไงก็ต้องเดินไปพร้อมๆ กัน
August 01 ทรมานบันเทิง
เริ่มมีอาการป่วยตั้งแต่คืนวันศุกร์ วันเสาร์ยังคงทำงานอย่างมิหยุดหย่อน ตกเย็นไป "บ้านเมรีสาขา 1 พิบูลย์การ์เด้นวิลล์" เพื่อไปค้างที่ "บ้านของพวกเรา" บางบัวทอง ลีลาไม่ยอมกินยา.. เพราะอยากนั่งมองใครและใครรอบตัวแบบนี้ สุดท้ายพ่ายแพ้กับความขี้บ่นของพี่ใหญ่.. กินยา อาบน้ำ และเข้านอนแต่โดยดี "พรุ่งนี้หนูไม่ใส่บาตรนะ จะนอน" วันอาทิตย์ 29 กรกฎาคม 2550 ตื่นเช้ามากเพราะใครบางคนมาเคาะห้อง ไอ้ใครบางคนที่ว่าน่ะ คือเจ้าของห้องค่ะ เอิ๊กก.. นอนต่อจนเช้ากำลังดี เดินไปข้างล่าง กินกาแฟกับขนมครกพอเป็นพิธี "พี่ ถ้าหนูกินยานี่ ต้องนอนเลยนะ ทำไรไม่ได้เลยอ่ะ" "อือ ก็กินเด่ะ แล้วนอนไปซะ" มึนและมึน.. เมายาฮับ .. ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จากทะเลหัวหิน เป็นทะเลบางบัวทองนั้น ไม่ได้ทำให้ความรักที่มีมันลดน้อยลงเลย ไม่ได้ทำให้ความบ้าที่ตั้งเค้าก่อตัวจะหยุดลงเลย เมื่อพี่เสือสีชมพูตกลงใจขับรถจากสมุทรปราการมาสมทบ พี่ใหญ่ถามข้าวใหม่ว่า "จะไปองครักษ์ไหวไหมเนี่ย" "ไหวค่ะ" ฮ่า.. ใครไม่ไปก็บ้าแล้ว แม้สุดท้ายจะโดนค่อนแคะว่าไม่ยอมกินยา เพราะห่วงเที่ยวกลัวจะง่วง เที่ยวไม่สนุกก็ตาม อย่างนี้เรียก "ทรมานบันเทิง" ชัดๆ .. มื้อรองท้องก๋วยเตี๋ยวกับขนมกล้วย, มัน, ฟักทองที่วัดมะขาม เล็งอาหารเที่ยงไว้ เป็นร้านกาแฟอะไรซักอย่าง แต่ไม่รู้ต่อมอะไรผิดพลาด.. สุดท้ายก็ได้ชิมกาแฟไอ้ร้านที่ว่าอยู่ดี พี่รองโอดครวญ "บรรยากาศน่ากินเหล้ามาก" เอิ๊กก.. สมแล้วที่เป็นพี่รองแห่งบ้านเมรี .. ได้เวลากลับกับภารกิจอีก 3 กระบุง คือต้องจัดการเรื่องเบอร์โทรศัพท์ที่ดีแทค และซื้อของไปวัด กับนัดคุณคนที่จะมาแต่งสวน (จำชื่อได้ แต่ไม่อยากเอ่ย-เชอะ!!) ฉะนั้น แผนเร่งด่วนของเราคือ กลับเข้ากรุงเทพฯ แวะเซ็นทรัล ทาวน์ จัดการเรื่องโทรศัพท์กับซื้อของไปวัด แต่ไหง.. มีของกินสำหรับมื้อด่วนจี๋วันนี้ล่วย จากนั้นเผ่นกลับบ้านของพวกเรา แต่ไม่ลืมแวะเติมน้ำมันให้แม่นางหน้ามึนก่อน .. ถึงบ้าน ขอตัวกินยา นอนรออาหาร ไม่ไหวแล้วปวดหัวแทบร้องไห้ "ทรมานบันเทิง" แต่ยังไงก็ไม่เสียใจที่ไม่ได้กินยา..ฮิ่วววว.. พี่รองช่างแสนดี สงสารน้อง เลยตกลงใจเลื่อนภารกิจส่วนตัวออกไปแบบไม่มีกำหนด นอนบ้านของพวกเราต่ออีกคืน.. .. วันจันทร์ 30 กรกฎาคม 2550 ตื่นเช้ามา แม่เจ้าของบ้านทัก "อาบน้ำแล้วเหรอลูก หน้านวลเชียว" "นวลที่ไหน ดำจะตาย" ไอ้คำหยาบคายประโยคหลังเนี่ย ไอ้เจ้าของบ้านตัวดีมันบังอาจว่าน้อง.. วันนี้ได้ลงมือพิฆาตสวนกันจริงๆ จังๆ ดึงๆ ถอนๆ ตัดๆ "ตัดทีเดียวให้ขาดอย่างนี้.." ว่าพลางก็ตัดกิ่งโมก เสร็จแล้วมาถอนบานเย็นต่อ "พี่.. ไส้เดือนบ้านพี่ตัวใหญ๊ ใหญ่ ดูเด่ะ ดิ้นเหมือนงูเลย อิอิ เลื้อยเหมือนงูด้วย กะล่อนเหมือนพี่แหงๆ" แว๊ก.. น้องชายคุณพี่มายืนขำอะไรค้า.. "นี่ ตัดทีเดียวให้ขาดเลย" ตัดต้นคริสมาสต์ต่อ .. ทำลายไปได้โข.. เอาอีกๆ ต้นอะรูมิไร้ สูงเกะกะ "พี่นกคะ นี่เรียกต้นอะไร?" "ไม่ทราบเหมือนกันจ้ะ" โฮ่ววว..พี่นกแสนรู้ของเรายังมิทราบ "งั้นหนูให้ชื่อต้น 'ง่าย-ง่าย' ละกันเนอะ มันใจง่ายเหมือนเจ้าของมันเลย ดูเด่ะ ทอดกิ่งไปโดนดินเข้าหน่อยก็งอกรากแระ" ใครบางคนหัวเราะ.. วันนี้อารมณ์ดี ต้องรีบกัด รีบแทะ เอิ๊กกก.. .. พักครึ่ง.. กินอาหารเที่ยง อาบน้ำ.. ผัดแป้ง ตกบ่าย จัดการไม้น้ำต่อ .. คราวนี้มอมแมได้ใจ อาบน้ำอีกทีเตรียมแยกย้ายบ้านใครบ้านมัน ก่อนจะโทรไปเว้าวอนคนอีกฟากว่าให้มากิน "ญีญวน" ด้วยกัน .. คืนนี้พี่รองมีแก่ใจ นอนเป็นเพื่อนคนขึ้นบ้านใหม่ เหนื่อยอีกก่อนนอนเป็นก็อกสุดท้าย ก่อนซดดาวแดงไปครึ่งกระป๋อง หลับอี๊ดอ๊าด.. เพราะเตียงไฮโซ เอิ๊กก.. .. ถึงสังขารมันจะไม่เข้าข้างเท่าไหร่ แต่คนมันสุขใจ ทำอะไรก็สุขใจ - "ทรมานบันเทิง" ..
July 28 เลือดสุพรรณ กับวันมหัศจรรย์ของเมรีdiary : 28 july 2007
ตามกำหนดการเดิม เย็นนี้เป็นวันที่พวกเรานัดจะไปหัวหินกัน
แต่เผอิญว่า เกิดมีอันต้องเปลี่ยนแปลง..
ไปไม่ได้ก็คือไปไม่ได้ ไม่มีปัญหา ไม่มีความรู้สึกด้านลบ
เวลาเที่ยวยังมีอีกเยอะนี่นา
แต่เวลาที่จะได้ตอบแทนพ่อแม่ (ยามจำเป็น) อาจมีไม่บ่อย
ฉันยกมือสนับสนุนการงดทริปนี้ โดยไม่มีสิ่งติดค้างในใจ
สำหรับฉันแล้วอยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน..
แผน 2 แผน 3 เตรียมออกมากาง กำลังหลับตาจิ้มว่าแผนไหนดี
เอิ๊กกกก..
การได้ไปเที่ยวด้วยกันเป็นเรื่องที่สนุก
ยิ่งได้เปลี่ยนบรรยากาศการเที่ยวยิ่งสนุก
แต่หัวหินแค่นี้เอง ไปเมื่อไหร่ก็ได้
ฉะนั้นเรื่องสถานที่ ตัดทิ้งไป ลืมมันไป
เหลือแค่เราจะได้ใช้วันหยุดกันประสาขมิ้นเมรีค่ำไหนนอนนั่น
จะค่ำที่ไหนเราก็เมาได้.. นอนได้เหมือนกัน
สถานที่จึงไม่ใช่ประเด็น
ส่วนเรื่องที่เธอยืนยัน นั่งยัน ให้เราไปกันก่อนนั้น
ลืมไปได้เลย!! เธอเป็นคนบอกเองนี่
พวกเรามันเลือดสุพรรณ ไปด้วยกันไม่มีถอย
จะให้เที่ยวได้อย่างไรในเมื่ออีกครึ่งหนึ่งของพวกเรา
ยังอยู่นี่กรุงเทพฯ กับหลายเรื่องที่ต้องรับมือ
บางที หัวหินวันนี้ ทะลขี้เหร่ คลื่นไม่สวย
อาหารก็ไม่มีทางอร่อย อะไรๆ ก็ไม่ดีไปหมดแหละ
สู้กินข้าวกรุงเทพฯ ตะลอน เฉิดฉาย ไปมา
ไม่มีคลื่น ไม่มีทะเล แต่กินข้าวคงลื่นคอมากกว่า
อะไรๆ มันดีกว่าเห็นๆ แน่ๆ ขอให้เชื่อกันเหอะ
ตอนนี้รอเวลาพี่เสือสาวจอมดื้อจะเดินหมากของเธอ
เพื่อเราจะได้ตัดสินใจว่าจะเลือกเอาแผนไหนมารับมือ
บทจะดื้อ ก็ดื้อชนิดที่คนอยู่ด้วยตายสลบเลยนะเนี่ย
พี่จ๋าพี่.. กับบทบาทชีวิตอีกด้านหนึ่งของพี่หนูไม่ค่อยรู้
การเป็นลูก เป็นน้อง เป็นพี่ ทั้งกับครอบครัวและที่ทำงาน
แต่สำหรับหนู - - พี่เป็นพี่ที่บางทีก่งก๊ง แต่ไม่เคยบกพร่องเลย
บางครั้งที่ทำเอาหนูทึ่งกับความเป็นพี่ ซึ้งกับสิ่งดีๆ ที่ได้รับ
และหลายครั้งพี่จะเป็นคนแรกในกลุ่มเมรี ที่หนูไม่อยากเถียงด้วยที่สุด
พี่ยื่นมือช่วยเหลือทุกคนทุกครั้งที่มีปัญหา
แต่เวลาพี่มีปัญหา พี่กลับม้วนหาง หนีทุกคนซะงั้น
ไม่ดีนะพี่ อย่างนี้ไม่เอา ข้าวใหม่ไม่ปลื้ม!!
ปล่อยเวลาวันนี้ไหลไปอีกวัน..
ไม่ว่าจะแผนไหน.. อย่างไรเสีย สัปดาห์นี้ก็ไม่ว่างเปล่าแน่ๆ
เราทำทุกวันให้เป็นวันมหัศจรรย์ได้เสมอ
ถึงความจำเป็นบางอย่างจะทำให้แผนต้องเปลี่ยน
เปลี่ยนไป เปลี่ยนมา ขำๆ จะตายไป
ขืนอะไรง่ายไปหมดก็ไม่ใช่ "ขมิ้น-เมรี" ของแท้สิ เอิ๊กก..
..
กับสังขารตัวเอง เจ็บคอตั้งแต่เมื่อคืน
วันนี้เจ็บมากกว่าเดิม เริ่มมีน้ำมูก กำลังจะคัดจมูกแล้ว
แค่เป็นหวัดน่า.. เดี๋ยวก็หายนิ
:)
July 26 พาราไดส์ รูม กับ วันวุ่นวายที่พารากอนในที่สุด ความตั้งใจที่ว่ากลับจากหัวหินก่อน
แล้วค่อยเริ่มต้นอ่านหนังสือเล่มต่อไป
ก็มีอันที่จะต้อง ลืมมันไป!!
เมื่อคืนแวะไปห้องที่สามเสน หันไปเห็น
"The Paradise Room - สวรรค์กลางใจ"
อดไม่ได้ หยิบมาคิดว่าได้อ่านนิดหน่อยก็ยังดี
ติดตัวไว้ อย่างไรเสียก็ได้อ่าน อิอิ
..
ภารกิจวันนี้ยาวเป็นหางว่าว ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวทั้งสิ้น
ภาระเรื่องงานแทบไม่มี - เป็นอย่างนี้เสมอ เวลาว่างก็คือว่าง
ต้องขนของไปห้องสามเสน เตรียมสติให้พร้อมออกรบ เอิ๊กก..
วันศุกร์จะต้องนอน นอน และนอน ให้ได้
..
วันนี้ตื่นสาย 8.01 น.
..
เมื่อคืนไปพารากอน นัดส่งแอนไปออสเตรเลีย
อีกอย่างน้อยก็ 6 เดือนกว่าจะเจอกัน
ตอนเข้าห้าง.. วนจอดรถ อ่านป้ายไปเรื่อยๆ
ทางออกพระราม 1, ทางออกราชประสงค์ ฯลฯ
เออ.. แล้วตอนกลับจะออกทางไหนเนี่ย
แถวนี้ชอบทำอะไรพิสดาร ห้ามเข้า ห้ามเลี้ยวอยู่ด้วย
แว๊กกก.. แล้วทำไมกรูไม่นั่งรถไฟฟ้ามาฟะ
แล้วก็คิดถึงเหตุผลว่าอะไรดลใจให้ขับรถมาเอง
ปิ๊ง.. เพราะเคยเอารถมาแล้วนี่เอง
กรี๊ดดดด.. ตอนนั้นที่มามีพี่กบอยู่ด้วยนิหว่า
มิน่า ถึงใจกล้าพารถมาพารากอน
พ่อแก้ว แม่แก้ว ของลูกหมูช่วยที..
..
"ฮาโหล..แอนอยู่ไหน?" โทรถามตอนเพิ่งจอดรถ
"อยู่หน้าลิฟต์ 2y@$%^*(U(_).." แอนอธิบายพิกัดที่ตั้ง
"แอน เค้าเดินเข้าห้างมาทางแบงก์ยูโอบีนะ ช่วยจำด้วย"
อันที่จริง ถ่ายรูปป้ายมุมเสาบอกตำแหน่งที่จอดรถไว้แล้ว
"ใหม่นี่รอบคอบ ใช้ทรัพยากรคุ้มค่ามาก"
เหอะๆ ถ้าจำไม่ผิด วิธีนี้น่าจะมาจากพี่ใหญ่แห่งบ้านเมรีนะ
..
นั่งร้านอาหารไทย "Manna" Thai Restaurant
นั่งนานกว่าที่เคย จริงๆ แล้วอยากนั่งต่อ
แต่ภารกิจที่จะต้องแวะไปสามเสนก่อนกลับบ้าน
เลยต้องรีบกลับเร็ว.. จะว่าเร็วก็ไม่เชิงออก
จากห้างก็ปาเข้าไป 4 ทุ่มแล้ว..
..
ถามทางออกจากห้าง.. ให้เลือกใช้ทางออกพระราม 1
เลี้ยวขวาไปแยกปทุมวัน (ถ้าขวาไม่ได้ก็ให้ซ้ายแล้วยูเทิร์น)
แล้วเลี้ยวขวาอีกทีเข้าถนนพญาไท
โรบิ้น.. ขวาห้าม ซ้ายห้าม
เหมือนบังคับให้ตรงข้ามถนนไปอย่างเดียว
ซวยอีกแล้ว.. ทำไมเจ้าหน้าที่ของห้างถึงมีความเชื่อว่า
คนที่มาห้างจะฉลาดทุกคน (วะ) เนี่ย ถึงได้โบกส่งเดชอย่างนี้
แต่มีแอนมาด้วย "แอนนั่งอย่างเดียวนะใหม่คงช่วยไรไม่ได้"
น่ารักที่สุดเพื่อนช้านนนน.. "ตรงนี้แอนไม่คุ้นเลย" อืม.. ขอบคุณ
..
โทรหาพี่กบดีกว่า..
"พี่หนูจอดรถอยู่หน้าวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ
ขวามือเป็นคณะทันตฯ จุฬาฯ หนูกลับบ้านไงอ่ะพี่"
หลังจากพี่กบพยายามงมกับทิศทางแล้ว
"มีช้าง ม้า วัว ควาย อะไรอีกบ้างไหม?"
เหอๆ.. คุณพี่อิชั้น
"มะเป็นไรพี่ หนูยูเทิร์นไปตั้งหลักพารากอนใหม่ดีกว่า"
แล้วทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี ถึงดีมาก
กลับมา.. ออนไลน์อีกนิดนึง
แล้วหลับแบบไร้สติ..
ขอเพื่อนผ่านฉลุยในการเดินทาง..
ไร้อุปสรรคกวนใจ.. โตไวๆ จะได้แต่งงาน ฮ่า..
|
|
|