KaowMai's profileLittle Moo's spacePhotosBlogLists Tools Help

Blog


    October 12

    งอน

     
    ตั้งแต่กลับจากปัตตานีมา
    แทบจะไม่ได้อยู่ห่างกับพี่ๆ ฝูงขมิ้นเลย
     
    คืนแรก นอนบ้านพี่กบ
    คืนที่สอง นอนบ้านพี่กบ
    คืนที่สาม มานอนรวมกันที่สามเสน
    คืนที่สี่ นอนคนเดียว แต่ป้าสองคนนัดไปดูหนังกัน
     
    คืนนี้ ลูกผีลูกคน แต่ควรจะนอนบ้านตัวเองดีที่สุด
     
    คืนพรุ่งนี้.. ลูกผีแน่ๆ เอิ๊กกก.. ไม่นอนบ้าน
     
    วันจันทร์ที่ผ่านมา ได้ซิมกลุ่ม โทรหากันฟรีภายในกลุ่ม 5 เบอร์
    เลยรักกันทุกวันเลย..
     
    วันนี้.. เสียงโทรศัพท์ดัง..
    "กำลังคิดถึงพอดีเลยพี่"
    "แหม.."
    แล้วก็คุยๆๆๆ
     
    ตอนเที่ยง.. ออนเอ็ม
    พี่กบลากไปหาพี่นกในจอเดียวกัน
    ขม : คิดถึงพี่โน้กกกกก
    พก : แหงะ... คุยกะกรูอยู่ตั้งนาน มิพูดซักคำ
     
    ดู (มัน) พี่เค้าทำ!!
     
    พก : พวกนี้ รักพี่ไม่เท่ากัน
    ขม : หนูบอกพี่ตั้งกะคำแรกที่พี่โทรหาหนูแล้ว
    ขม : พี่แหละ รักน้องไม่เท่ากัน
    พก : อ่าวววว เหรอ
    ขม : งอน
     
    พอดีโดนเฝ้าหางเต่า จึงไม่ได้คุยอีก แต่ save ไว้อ่านช่วงตกยุค
    ใจร้ายที่สุด ไม่มีใครสนใจน้องเล้ยยยย..
     
    ตกบ่ายโทรหา พี่กบ
    "ฮาโหล พี่ ไม่ง้อหนูหรอ?"
    "ฮ่า ก๊ากกๆๆๆๆๆๆ"
    "ขำไรฟะ หนูงอนนะ ทำไมไม่มีใครง้อล่ะ"
    "ก๊ากก ง้อไปแล้วก็เห็นเงียบ เลยเม้าต่อ"
    "เลว!!"
    "นี่โทรมาให้พี่ง้อหนูนะเนี่ย"
    "ก๊ากกกก ฮ่าๆๆๆ" บ้าไปแล้ว
     
    ออนไลน์เจอพี่นก
    ขม : พี่นก หนูงอนอ่ะ พี่กบเค้าไม่ง้อหนูเลย
    พน : แกก็บ่นๆ แต่แกเข้าใจนะ ว่าเรางอนเล่นๆ น่ะ
    ขม : งอนจริ้งงงง.. แต่พี่กบไม่ง้อ
     
    พี่กบโทรมา..
    "ฮาโหล ว่าไงคะ" คุยๆๆๆๆ
    "พี่ นี่พี่จะไม่ง้อหนูจริงๆ เหรอ?"
    "ก็ง้ออยู่นี่ไงเล่า ไม่งั้นจะโทรมาหรอ"
    แว๊กกก.. ไอ่พี่ขี้หมา
     
    ตบท้ายด้วยการหยอดเอ็มมา
    ยังมิได้ตอบกลับไป..
    "พี่จ๋า หนูไม่ได้โง่นะ" เอิ๊กกก..
     
     
     
     
     
     
    October 09

    กลัวใจ (ตัวเอง)

     
    (เหตุเกิดเมื่อ) 7 ตุลาคม 2550 : ระหว่างทางกลับกรุงเทพฯ
    เกิดอาการคิดถึงคนรักเก่าขั้นรุนแรง เหมือนคนเป็นบ้า
    ไม่รู้ฮอร์โมน หรือต่อมอะไรโดนกระตุ้น
    ไม่รู้ว่าอะไรเป็นเหตุหรือปัจจัยที่มากระตุ้น
    รู้แค่ความรู้สึกแบบนี้น่ากลัว และไม่เคยเป็นมาก่อนตั้งแต่ "เลิกคบ" กัน
    .
    พยายามจะเอาชนะใจตัวเองด้วยการเบี่ยงเบนความสนใจ
    ท้องฟ้า ต้นไม้ ใบหญ้า รถรา ทั่วถนนก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย
    หัวใจมันดื้อด้าน เอาแต่จ้องจะคิดถึงเขาอย่างร้ายกาจ
    .
    ความรู้สึกตอนนั้นคือ "กลัว" มากกว่า "ความละเมียดละไม"
    เพราะไม่รู้ว่าไอ้อาการย้ำคิดย้ำทำของอารมณ์คิดถึงที่เป็นอยู่
    มันมาจากไหนได้มากมายมหาศาล
    คิดถึง โหยหา และไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจาก ย่ำ (คิดถึง) อยู่กับที่
    .
    นี่คงเป็นอีกอาการหนึ่งของ "สติแตก"
    กว่าจะผ่านชั่วโมงเหล่านั้นมาได้ แทบอยากจะเอาหัวตัวเองโขกพื้นถนน
    .
    ตลอดเวลาที่ผ่านมาแค่ "กลัวใจตัวเอง" ก็แทบแย่
    มาวันนี้ได้รู้จัก "ความกลัว" ใหม่ขึ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
    ต่อให้ความรู้สึกทั้งหมดอยู่บนพื้นฐานของความรัก
    อย่างไรเสีย.. ก็ไม่นึกอยากจะมีอารมณ์แบบนี้อีกแม้แต่ครั้งเดียว
     
    October 06

    ว่ายทวนน้ำ

     
    กิจวัตรไม่ประจำวัน ในระยะ 5 วันที่ผ่านมา
    โปรแกรมทำโน่นนี่ยาวเหยียด ไม่เว้นกระทั่งเรื่องกิน
    แต่เอาเข้าจริง ทุกอย่างกลับตาลปัตรหมด
     
    ตื่นเช้า แล้วค่อยๆ สายขึ้นทุกวัน
    จัดการเรื่องยาย จัดการอาหารมื้อกลางวัน
    จัดการธุระเรื่องในส่วนของแม่
    แทบไม่น่าเชื่อ สิ่งละอัน พันละน้อย
    ยังไม่ทันหย่อนก้นก็หมดวันอีกแล้ว
    เรื่องส่วนตัวที่คิดที่วางไว้ เป็นต้องเลื่อน หรืองดไปโดยปริยาย
     
    ตกเย็นถ้าไม่ไปกินข้าวนอกบ้าน ก็ต้องเตรียมอาหารเย็น
    ถ้ามีธุระ ก็ต้องพาแม่ออกไปธุระ ถ้าไม่มีก็โชคดี ฟรีหน่อย
     
    แต่เดิมตั้งใจจะเก็บตู้เสื้อผ้าของตัวเอง
    ส่วนที่ไม่ใช้ จะแยกพักเก็บใส่ลังพลาสติก
    ตั้งใจจะเก็บหนังสือลงลังพลาสติก จะได้ไม่มีมุมเก็บฝุ่นในห้อง
    เก็บของรกๆ ให้เข้าที่เข้าทาง ทิ้งอะไรที่ไม่ได้ใช้
     
    ตั้งใจจะซื้ออุปกรณ์เย็บปัก แทนอันเก่าที่หายสาบสูญ
    ตั้งใจจะแวะไปเยี่ยมเพื่อนบ้าง แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ไปไหน
     
    พรุ่งนี้จะกลับกรุงเทพฯ อยู่แท้ๆ
    วันนี้ยังไม่ได้ทำอะไรเรื่องของตัวเองอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
    เช่น เก็บของ เตรียมของฝาก เตรียมของที่จะต้องเอากลับไป
     
    วันก่อนสั่งน้าให้เก็บลกยางป่า และยางพาราไว้ให้จะแวะไปเอาตอนกลับ
    ดูเหมือนจะเป็นเรื่องส่วนตัวเรื่องเดียวที่ทำสำเร็จ
     
    ระยะนี้ สิ่งที่เจอบางเรื่องก็เหลือทน
    รู้สึกได้เลยว่ากำลังว่ายทวนน้ำ ฝืนสังขาร ฝืนจิตใจ
    แม้สิ่งที่ทำจะเป็นสิ่งที่ถูกที่ควรก็ตาม
    แต่ธรรมชาติจริงๆ ของตัวเรามันไม่ใช่แบบนั้น
     
    ว่ายทวนน้ำนั้นแสนเหนื่อยเหนื่อย..
    แต่นั่นหมายถึงสัญลักษณ์ของการมีชีวิตอยู่
    แทนการปล่อยร่างนิ่งให้ไหลไปตามน้ำ
     
    October 03

    บันทึกลับ : บางสิ่งในใจ


    เปลี่ยน :
    การได้มาเจอหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตที่ทั้งทีและร้าย
    บางทีมันก็สอนเราได้เยอะ
    กับบางคนที่ค่อยเขยิบจากห่างๆ มาเป็นคนใกล้ชิด
    รู้จักกันมากขึ้น รักมากขึ้น และบางครั้งอาจจะมีเสียใจมากขึ้นด้วย
    แต่สิ่งเหล่านี้ มันมีอยู่จริง
     
    พี่ๆ ขมิ้นเมรี : ความมหัศจรรย์ที่เปลี่ยนแปลงแค่ไหน อย่างไร
    สิ่งหนึ่งที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลานั่นคือความรู้สึก "ผูกพัน" และ "รัก"
    สัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มมีความคิดแปลกๆ เกิดขึ้นกับตัวเอง เป็นต้นว่า..
    (พวก) เราเจอกันช้าไป (ไหม?)
    เวลา (ที่มีความสุข) มันไม่คอยท่า หัวเราะได้หน่อยเดียวก็หมดอีกวันแล้ว
    และยังรู้สึกว่า.. เวลาของเราเหลือน้อยจัง
    ก็แรกที่เจอกันปาเข้าไปครึ่งชีวิต ค่อนชีวิตเข้าไปเสียแล้ว
    ทีนี้อาการคิดมากตามมา..
    ระหว่าง (พวก) เรา ดีต่อกันมากพอไหม?
    หลายครั้งที่รู้สึกว่าตัวเองดีไม่พอกับคนอื่น ความคิดนี้เน่า แต่ก็คิด
    (พวก) เรามาจากคนละทิศละทาง
    อาศัยแค่สายโทรศัพท์ที่พ่วงโมเด็มเข้ากับคอมพิวเตอร์มาเจอกันแค่นั้น
    แต่วันนี้ มันไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่มันคือใจที่ซื้อใจกันมา
    มีทั้งโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม และสะสมแต้มด้วย
    ด้วยความงกส่วนตัว.. จึงรู้สึกเสมอว่า ถ้าเริ่มทำแต้มนานกว่านี้
    ยอดคงทะลุ แลกของสะสมได้มากกว่านี้..
     
    วันนี้.. พื้นที่ส่วนหนึ่งในชีวิตถูกแบ่งให้กับความเป็น "พวกเรา"
    จะว่าเป็นโลกอีกหนึ่งใบก็คงไม่ผิดนัก เป็นโลกใบรองที่โตเกือบจะเท่าโลกใบหลักเสียแล้ว
    โลกอีกใบที่ติดตามเราไปทุกที่ ทั่วโลก ทั้งหลับ ทั้งตื่น ทั้งตอนที่มีความสุขหรือตอนที่เสียใจ
    นี่เป็นอีกโจทย์ที่ฟุ้งซ่านว่า.. รักษาโลกใบนี้อย่างไรให้อยู่นานๆ
    แล้วที่รู้สึก ที่ผูกพันกันอยู่ตอนนี้ มันจะมากเกินไปไหม?
    แล้วแค่ไหนถึงจะพอดี เอาแค่ไม่ให้มิตรภาพหล่นหาย
    บางสิ่งที่มีอยู่ในตัวแต่ละคน ล้นๆ ขาดๆ บ้าบ้าง ดีบ้างไปตามประสา
    แม้แต่อารมณ์และโทสะ ก็ติดๆ ดับๆ ไม่เว้นแต่ละชั่วโมง
    บางครั้งทำเอาหัวใจหล่นหาย..

    พี่กบ : มหัศจรรย์หมายเลข 42
    พี่กบเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับต้นๆ ในชีวิตที่ได้เจอ
    เป็นคนที่ชีวิตอินังขังขอบ ทุกอย่างต้องเป็นระเบียบ เรียงลำดับ แยกประเภท และต้องควบคุมได้
    เป้นคนที่มีตารางในการดำเนินชีวิตของตัวเอง เพื่อให้ตัวเองแหกคอกเองได้อย่างหน้าชื่นตาบาน
     
    พี่กบเป็นคนที่มีสองขั้วในตัวเอง.. สองขั้วที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
    กับบางเรื่องในกระบวนการคิดและตัดสินใจ พี่กบทำได้ดีพอๆ กับการอาละวาดในวันที่ไร้เหตุผล
    เป็นคนใจเย็นที่ใจร้อนที่สุด
    เป็นคนนิ่งที่อารมณ์แปรปรวนได้อย่างร้ายกาจ
    เป็นคนดุที่ออดอ้อนคนรอบข้างได้อย่างสนุกสนาน
    ฯลฯ
     
    กับหลายสิ่งที่ได้เจอ บอกได้คำเดียว มหัศจรรย์
     
    พี่นก : มหัศจรรย์หมายเลข 37
    พี่นกเป็นคนที่มีเซอร์ไพรส์กับทุกคนมากที่สุด
    ภาพความนิ่ง เยือกเย็น สยบทุกอย่าง
    เริ่มส่อเค้าความจริงเมื่อหลายสิ่งเริ่ม "แตก" และ "หัก"
    พี่นกรอบรู้ เป็นเอนไซโคพิเดียกับทุกคน
    และมีความเป็น "แม่" อย่างสูงในการดูแล "ลูกนก" อย่างพวกเรา
     
    พี่นกเป็นคนที่ยืดยกยอมรับ และกล้าพูดความจริงกับสิ่งที่ตรงกับใจ
    รักก็คือรัก ผิดก็คือผิด กล้าบอกรัก และกล้าขอโทษ
    ถึงบางครั้งต่อมจะแตกและรั่วไปบ้าง
    แต่นี่คือเสน่ห์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้ว
     
    พี่ทัย : มหัศจรรย์หมายเลข 33
    ผู้หญิงที่ดูนิ่ง หยิ่ง และเฉย พกความมาดแมนดุดันภายใต้สีชมพู
    แม้จะยืนยันว่าไม่ได้ชอบสีชมพู แต่ตราบใดที่เสือร้อง "เมี้ยว"
    เราก็ยังถือเอาว่าเธอเป็นเสือคิตตี้ สีชมพู แอบซ่อนความหวานเอาไว้ในซอกหูนั่นแหละ
    ถึงบางทีพี่ทัยอาจจะงงบ้าง สับสนบ้าง รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง หรือรุ้แล้วทำเป็นไม่รู้ก็บ่อย
    แต่หลายครั้งพี่ทัยมีวิธีคิดอย่างฉลาดในการแก้ปัญหา
    มีวิธีมองโลกแบบกลับหลัง กลับด้าน หรือโก้งโค้งมองโลก ทำให้เห็นโลกในมุมที่ต่าง
     
    พี่ทัยเป็นผู้หญิงพันธุ์อึด.. ที่ซ่อนความละมุนเอาไว้ข้างใน
    กว่าจะเผยความหวานออกมาก็ใช้เวลาหลายปี
    แต่ถึงจะงง หรือจะก่ง ก๊ง แต่สำหรับพวกเราแล้ว
    พี่ทัยก็เป็นผู้หญิงที่ "หัวใจสวย" ที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเหมือนกัน
     
    ถึงจะดุบ้าง บางทีก็บ้า บางทีก็หวาน และดื้อตาใส
    เสน่ห์เพี้ยนๆ แบบไร้สำเนา คงเหลือเพียงต้นฉบับคนเดียวในโลกนี้..
    แต่เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมเด็ดขาด
     
     
    กับช่วงเวลานึงในการรู้จักและใช้เวลาร่วมกัน
    ยังไม่เคยมีครั้งไหนที่รู้สึกว่า "รักน้อยลง" เลย นอกจากเพิ่ม เพิ่ม และเพิ่ม
    เพิ่มจนออกจะนึกกังวล หาเรื่องทุกข์ใจเกินกว่าเหตุถึงความเปลี่ยนแปลงตามจังหวะชีวิต
    ทั้งๆ ที่รู้ว่าที่จริงชีวิตของใครของมัน และคงมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ถ้าขาดใครไปคนใดคนหนึ่ง
    แต่ก็ไม่อยากให้ขาดหายใจ แต่ก็ไม่รู้จะอยู่ (อย่างขาดๆ ) อย่างไร ถ้าไม่มีกันและกันอย่างวันนี้

    โลกของเราไม่ใช่โลกสมมติ ทุกคนจับต้องได้ และมีอยู่จริง
    อะไรที่ขาดไปบ้าง ให้ลองนึกว่า ความโหยหา ก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง
    อะไรที่เกินไปบ้าง ก็เปลี่ยนความคิดเป็นว่า
    การมีคนให้ "รำคาญ" ดีกว่าดีใจแล้วไม่รู้จะเล่าใคร
    หรือ "เสียใจ" แล้วไม่รู้จะอุ่นใจกับใคร
     
    เมื่อโกรธก็โกรธ อึดอัดก็เดินเลี่ยง
    หิวก็กิน ง่วงก็นอน คิดถึงก็มาหา
    รักแล้วก็บอก.. ผิดก็ขอโทษ

    รักแล้วต้อง (ช่วยกัน) ทะนุถนอมรักษา
    หัวใจแค่ก้อนเนื้อบางๆ ดูแลเอาใจใส่กับบ้างพอให้แข็งแรง (ไม่ต้องถึงขนาดเสริมใยเหล็ก)
    สิ่งที่จะพยุงชีวิตผิดรุปแบบให้เดินไปด้วยกันได้คือ ความรัก ความเชื่อใจ
    เข้าใจ และยอมรับในสิ่งที่แต่ละคนเป็น
    แม้ความ "โดดเดี่ยว" จะเต็มไปด้วย "อิสระ" แค่ไหน ก็ไม่พิสมัยจะจมกับมัน
    อย่างไรเสียก็เลือกที่จะมี พวกพี่ ตลอดเวลาดีกว่ามากมายก่ายกองมหาศาล!!
     
     
     

     
    September 29

    ต้นไม้เอเลี่ยน

     
    วันอาทิตย์ที่ผ่านมา.. ไปเดินชมสวนกับพี่ๆ เมรี
    ได้ต้นไม้กันมาพอสมควร..
     
    คืนนั้นก่อนจากกัน พี่กบบอกว่า "เค้าซื้อต้นไม้ให้พวกตัวเองคนละต้นแหละ"
    อันที่จริงพี่กบบอกชื่อต้นไม้พันธุ์นี้แล้ว นัยว่าชื่อเป็น "มงคล" สุดฤทธิ์
     
    ส่วนอันที่ไม่จริงก็คือว่า.. ต้นไม้มันมีผีสิงนั่นเอง
    ถ้าไม่ใช่ต้นไม้ผีสิงก็ต้องเป็นต้นไม้เอเลี่ยนแน่ๆ
     
    ด้วยพื้นที่จำกัดของคนกรุงฯ ระเบียงไม่มีซักล้าง
    ต้นไม้จึงจำใจจะต้องมาทนเหม็นอยู่ในห้องน้ำ.. หน้าชักโครก
     
    วันจันทร์ เริ่มรู้สึกต้นไม้มันแปลกๆ ชอบกล
    วันอังคาร รู้สึกเหมือนผีหลอกหรือเปล่า ใครหว่ามาหมุนต้นไม้เรา
    วันพุธ เห็นช่อที่เป็นดอกพุ่งอวดใบวัยขบเผาะ เขียวอ่อน อวบนัก เริ่มยาวกว่าสองวันก่อนมาก
    วันพฤหัสฯ เริ่มคุยกับพี่กบ พี่กบว่า "ต้นไม้นี่มันโตไวจริงๆ ง่ะ"
    วันศุกร์ ทนไม่ได้กับการแผ่กระจาย แพร่พันธุ์โตไว และทิศทางที่ดอกหมุนเปลี่ยนไปมา
    จากซ้าย ไปขวา จากหน้าไปหลัง ราวกับมีคนมาแอบแต่งวาง
     
    ต้องจับผิดมันให้ได้ !!!
     
    หยิบกล้องมาเก็บภาพเล็งมุมได้ 3-4 รูป ก่อนนอน (ประมาณเที่ยงคืน)
     
      (สังเกตดอก พิงชิดผนัง)
     
    ระหว่างเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนราวๆ ซักตี 3 ดอกเริ่มเปลี่ยนทางอย่างเห็นได้ชัด
     
    เย้ยยยยย.. ต้นบ้าไรฟะ อย่างนี้ไม่ธรรมดา
    สมองคิด แต่ไร้อารมณ์จะมากดชัตเตอร์ตอนนี้แน่ๆ
     
    กระทั่งเช้า.. ดอกเปลี่ยนทิศทางอย่างเห็นได้ชัดราวกับผีหลอก
     
     (ดอกมันหมุนมาแว้วววว..)
     
    ไม่ก็เป็นต้นไม้จากดาวดวงไหนซักดวง
    ฤาจะเป็นต้นเอเลี่ยน..
     
    พระเจ้า ต้นไม้มีชีวิตก็จริง
    แต่มีชีวิตขยับโตไวอย่างนี้ก็น่าคิด
    จะแบ่งเซลล์ได้ และสุดท้ายก็ครอบครองโลกหรือเปล่าก็ไม่รู้
     

    I'm a sinner, I'm a saint.

     
     
    "Bitch"
     
    I hate the world today
    You're so good to me
    I know but I can't change
    Tried to tell you
    But you look at me like maybe
    I'm an angel underneath
    Innocent and sweet
    Yesterday I cried
    Must have been relieved to see
    The softer side
    I can understand how you'd be so confused
    I don't envy you
    I'm a little bit of everything
    All rolled into one

    I'm a bitch, I'm a lover
    I'm a child, I'm a mother
    I'm a sinner, I'm a saint
    I do not feel ashamed
    I'm your hell, I'm your dream
    I'm nothing in between
    You know you wouldn't want it any other way

    So take me as I am
    This may mean
    You'll have to be a stronger man
    Rest assured that
    When I start to make you nervous
    And I'm going to extremes
    Tomorrow I will change
    And today won't mean a thing

    Just when you think, you got me figured out
    The season's already changing
    I think it's cool, you do what you do
    And don't try to save me

    I'm a bitch, I'm a tease
    I'm a goddess on my knees
    When you hurt, when you suffer
    I'm your angel undercover
    I've been numb, I'm revived
    Can't say I'm not alive
    You know I wouldn't want it any other way

    note: เป็นอีกเพลงที่ชอบและรู้สึกถึงความลงตัวและความพอดีทุกครั้งที่ได้ยิน

    ที่บอกว่า "พอดี" เพราะเพลงบอกถึงความเป็น "คน" ที่เป็นสัตว์ไม่ประเสิรฐนัก

    มีส่วนที่ดีแสนดี (ในบางครั้ง) ผสมกับเลวเกินพิกัด (ในบางคราว) รวมแล้วแบบนี้แหละที่ "กำลังดี"

    บางวันเราอาจจะอยากเป็นใครซักคนหนึ่งที่งี่เง่า อันธพาล อ่อนไหว

    เกเร ร้ายกาจ ไร้สาระ อ่อนแอ ร้องไห้ และเอาแต่ใจ

    ในขณะที่บางวันเราเต็มใจที่จะเป็น "คนดี" ที่ทำในสิ่งตรงกันข้าม

    ทำด้วยความพร้อมและความเต็มใจ รวมทั้งมีพื้นที่ของจิตใจและอารมณ์

    เผื่อไว้สำหรับบางสิ่งที่ต้อง "อดทน" ได้อย่างมากมายมหาศาล ซึ่งบางวันเราทำไม่ได้ (เลย)

    เหรือที่ชอบเพลงนี้อาจจะแค่เหตุผลสั้นๆ ว่า มันบอก "ตัวตน" ของตัวเองได้มากที่สุด แค่นั้นหว่า???

    September 26

    ไม่สำคัญ

     
    อาจมีเหตุผลเป็นร้อยพัน ที่เธอคิดจะพูดให้ฉันได้ฟัง
    ที่ในวันนี้ต้องเลิกลากัน ฉันก็เคยอยากรู้อยากถามว่าทำไม
    แต่เอาเข้าจริงก็เปลี่ยนใจ ไม่อยากได้ยินถ้อยคำใด ก็ไม่จำเป็นแล้ว
    ก็ไม่สำคัญอะไรกับฉันแล้ว ไม่ว่ายังไงก็คงจบเหมือนกัน
    ก็ไม่ต้องพูดต่อ เพราะไม่สำคัญ จบแบบไหนจากตอนไหนก็เหมือนกัน
     
    ให้กี่เหตุผลกี่ร้อยคำ ก็ไม่ทำให้ความเจ็บช้ำเจือจาง
    และนาทีนี้ไม่ขอรับฟัง ไม่ว่าเคยอยากรู้อยากถามซักเพียงใด
    แต่เอาเข้าจริงก็เปลี่ยนใจ ไม่อยากได้ยินถ้อยคำใด ก็ไม่จำเป็นแล้ว
    ก็ไม่สำคัญอะไรกับฉันแล้ว ไม่ว่ายังไงก็คงจบเหมือนกัน
    ก็ไม่ต้องพูดต่อ เพราะไม่สำคัญ จบแบบไหนจากตอนไหนก็เหมือนกัน
    ก็ไม่สำคัญอะไรกับฉันแล้ว ไม่ว่ายังไงก็คงจบเหมือนกัน
    ก็ไม่ต้องพูดต่อ เพราะไม่สำคัญ จบตรงนี้จากตอนนี้เลยแล้วกัน 
     
    note : ได้ฟังเพลงนี้ นึกถึงเขา..
    กับความรัก เมื่อความอดทนมันมาถึงจุดนึง
    สิ่งที่เคย "อยาก" กลับกลายเป็น "ไม่อยาก" ไปเสียได้
     
    ไม่อยากแม้กระทั่งจะรับรู้ หรือรับฟังอะไรทั้งสิ้น
    เหมือนอย่างในเพลงที่บอกไว้ "อย่างไรก็จบเหมือนกัน"
     
    แยกทางเสียที.. รั้งไม่ได้ก็ไม่รั้ง อยากทำอะไรก็ทำ
    ส่วนตัวเองก็เริ่มนับหนึ่งใหม่.. ถึงแม้ว่าจะนับเท่าไหร่ก็ไม่เคยถึงสิบเลยก็ตาม
     
    September 24

    บันทึก "ผีอีปลิ้น"

     
    คืนวันเสาร์ นอนบางบัวทอง
    นอนจริงๆ เพราะง่วงจัดตั้งแต่ไม่ถึง 5 ทุ่ม
    พี่กบเกิดขยัน.. อาการแบบนี้เรียกขยันหรือไฮเปอร์ฯ ก็ไม่รู้
    หยิบคอมพิวเตอร์มาทำอะไรต่อมิอะไร..
    ..
    รู้สึกตัวครั้งที่ 1 พี่กบยังนั่งมุมเดิม งุดๆ กับคอมฯ
    รู้สึกตัวครั้งที่ 2 พี่กบยังไม่เปลี่ยนพิกัด
    รู้สึกตัวครั้งที่ 3 และ... อีกประมาณเกือบ 10 ครั้ง
    พี่กบยังคงไม่ไปไหน..
    ..
    ตี 2 ครึ่ง แว๊กกกก.. ตื่นมาทุกสิ่งอย่างมืด
    ใช้มือแตะข้างตัวครั้งที่ 1 ว่างเปล่า
    ใช้เท้ากวาดทั่วเตียงอีกก็ ว่างเปล่า
    ใจหายแว๊บบบ..
    กลัว งง เพิ่งจะหลับ เพิ่งจะตื่น ลุกขึ้นมานั่ง น้ำตาไหล..
    พี่กบหายไปไหนอ่ะ?
    .
    .
    ร้องไห้.. พี่กบหาย
    .
    .
    เดินไปเปิดไฟทุกดวงในห้อง ประตูห้องนอนล็อก
    พี่กบหาย..
    เปิดประตูห้องน้ำดู ประตูอีกด้านไม่ได้ล็อก
    พี่กบต้องหายไปทางนี้แน่ๆ
    .
    .
    โกรธ เสียใจ ใจหาย กลัว
    นอนร้องไห้..
    .
    .
    ตี 4 กว่า.. ฟังเสียงหมาข้างบ้านจนหลับ
    .
    .
    รู้สึกตัวอีกทีเกือบ 6 โมงเช้า
    รู้สึกตัวอีกหลายทีตอนที่พี่กบแอบย่องเข้ามาเข้าห้องน้ำ
    ลืมตามองหน้าด้วยความอาฆาตแค้น โกรธ..
    คิด และคิด .. โกรธไม่ได้
    พี่กบไม่รู้ว่าเรามีปัญหาเรื่องการตื่นมาไม่เห็นใคร
    ถ้าก่อนนอนเราอยู่ด้วยกัน จะกี่ตื่นก็ต้องอยู่ด้วยกัน
    แล้วนี่หายไปไหน??
    .
    นอนพลิกตัวไปมา ตื่นมาส่งงานทางเมล์
    อาบน้ำ ลงไปข้างล่าง
    พี่กบออกไปซื้อหมูปิ้งไว้รอพี่นกกับพี่ทัย
    .
    .
    นั่งโกรธอยู่ข้างบ้าน
    "นั่งทำไรอ่ะ เหมือนนั่งสมาธิเลย" พี่กบทักแบบนิ่มนวล
    "เปล่า.. เออ พี่ หนูมีไรจะบอกและจะคุยกะพี่ด้วย ซีเรียสนะ"
    "หือ.. ว่าไงอ่ะ"
    "มีไรจะขอ.. อย่าทำแบบเมื่อคืนอีกนะ"
    "ทำไรอ่ะ"
    "อยู่ด้วยกันแล้วหายไป หนูกลัว ใจหาย ไม่ชอบ อย่าทำอีกนะ"
    "เอ๋า หวังดีประสงค์ร้าย นึกว่าจะให้หลับสบาย"
    อ่านสีหน้าไม่ออกว่าพี่กบขำ หรืองง หรืออะไร
    .
    .
    คิดว่าตื่นเช้ามาวันอาทิตย์แล้วจะต้องทำสวน
    แต่สรุปว่า เช้าวันอาทิตย์ แค่นั่งเป็นกำลังใจให้เจ้าของบ้าน
    กระทำชำเราต้นกระเพรา แมงลัก และโหระพา
    ..
    ถ้ดมาทำน้ำสลัด ตกเที่ยงรับหน้ากับคนเขียนแบบสวน
    รอเจ้าของบ้านตัวจริงออกมาคุยต่ออีกที
    .
    พี่นกพี่ทัยมาถึงแล้ว รีบบอก รีบฟ้อง และขอในสิ่งเดียวกัน
    "ห้ามทำให้ตื่นมาแล้วไม่เห็นใคร"
    .
    ครบองค์ โซ้ยหมูปิ้ง ข้าวเหนียว ขนม และกาแฟ
    ย้ายทัพไปดูต้นไม้แถวพระราม 5
    แต่ละนางได้ต้นไม้ติดไม้ติดมือกลับมา
    ที่เร้าใจที่สุดเห็นจะเป็น "หัวใจสะออน" นี่ล่ะ
    ฝากมือเย็นไว้ที่ "ครัวชายคลอง" เพราะพี่ทัยอยากกินส้มตำ
    จากสเต็กปลาหน้าหมู่บ้านพี่กบ จึงต้องยอมเพราะร้ากพี่
    .
    กลับมาขนของแบ่งสมบัติตามจริงและตามสัดส่วน
    "พี่ทัยง่วงมั้ย"
    "ไม่ ตัวเองง่วงอ่ะดิ"
    "หึ ทนได้ เล่นไพ่นะ"
    "ได้"
    .
    วงของเราจึงเริ่มขึ้น.. โดยพี่กบเป็นเจ้ามือ
    ดูเหมือนเจ้ามือดวงจะขึ้น เพราะฟาดน้องไปทั้งวงเลยทีเดียว
    พี่ทัย.. อย่างไรก็ไม่ยอมแพ้ ขอเพิ่มอีกขา ดักทาง
    ดึงไปดึงมา ไพ่ขอบขึ้น "ไรอ่ะ ไม่ได้ตกลงกันตั้งแต่แรกเค้าไม่จ่าย"
    พี่กบ.. (จำ) ยอมอีกตามเคย
    แต่จะกี่ขา กี่มือมิรู้ได้ จู่ๆ พี่ทัยก็ขำ เดือดร้อนน้อง
    "บะเอื้อก" เต็มปากเต็มจมูก ทำพื้นห้องเลอะเทอะ
    .
    "พี่ เค้าเพิ่มขานี้เป็น 20 ได้มั้ยอ่ะ"
    "งั้น เค้ายอมให้พี่กินขานี้ ไปเลยดีกว่า"
    อีท่าไม่ทราบได้ จู่ๆ เธอก็ได้ไพ่เรียง..
    มองจากหน้าตาแล้วส่อเค้าว่า.. จะแอบปลิ้นไพ่จากทั้งสองขา
    ยิ่งว่ายิ่งขำ ยิ่งจับผิด ฮา.. น้ำตาเล็ด
    .
    หลับๆ ตื่นๆ เล่นไป งงไป จู่ๆ พี่นกก็ปล่อยหมีมาให้เห็น
    หลังจากนั้น เมื่อเห็นหมี ผีอีปลิ้นก็ออกอาละวาด
    .
    คงเป็นเจ้ามือที่ชนะขาดลอย กินรอบวง
    พระอินทร์ sms มาตามให้เฝ้าด่วน จึงชิ่งขึ้นเตียง
    รู้สึกตัวอีกทีเมื่อมีเท้าเย็นเฉียบมาซุกผ้าห่ม
    .
    รู้สึกตัวอีกทีเมื่อคนที่นอนอยู่ข้างๆ ปลุกด้วยรอยยิ้ม
    หันไปนัวเนียกับคนอีกข้าง ก่อนจะโดนเคาะให้ลุก
    "เง้อ.. ขออีก 5 นาทีค่ะ" พี่ทัยต่อรองอีกเฮือกสุดท้าย
    ก่อนจะลุกล้างหน้า.. ส่งพี่ ส่งน้อง ขนต้นไม้ลง
    ส่ง sms ว่าถึงที่หมาย.. คนรับ sms วางใจให้หลับ
    .
     
    September 22

    คลิปโป๊

     
    สืบเนื่องจากความจำเป็นที่จะต้องใช้ clipart
    แต่ไม่รู้เพราะความไม่เป็นระเบียบในการเก็บของ
    หรือเพราะระบบในการเก็บของดีเกินไป
    ทำให้หาซีดี 3 กระเป๋าไม่เจอ
     
    พยายามมา 3 วันแล้ว
    แรกทีเดียวเข้าใจว่าอยู่ท้ายคุณน้องตาหวาน
    วันถัดมารื้อดูทั้งคัน ไม่มีแม้เงายกเว้นกระเป๋าใบที่เคยใส่ไว้หิ้วหวีไปมา
    กระทั่งเมื่อวานรื้อบนห้องดูอีกรอบ และเช้านี้ก็รื้อน้องตาหวานอีกรอบ
    ไม่มี ไม่เจอ..!!
     
    sms หาพี่ๆ ดูเผื่อว่าไปลืมไว้บ้านใคร หรือเผื่อใครผ่านตาเห็นบ้าง
    มี 2 ข้อความตอบกลับมา ดังนี้..
     
    หนึ่ง พี่ใหญ่ ตอบกลับมาว่า "คลิปโป๊อ๊ะเปล่า :-p มะเห็นนะ"
    สอง พี่เสือ ตอบกลับมาว่า "คลิปอาร์ตม่ายมี มีแต่คลิ๊ปโป๊ เอาป้ะ อิอิ...."
     
    เห็นความเหมือนในความต่างไหม?
    เห็นอะไรในความเป็น "ตัวตน" ของแต่ละคนไหม?
     
    ความเหมือนในความต่างหลายสิ่งทำให้เรามาอยู่ร่วมกัน
     
    มีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม?
     
    แต่ที่แน่ๆ พี่สองคนทำให้หนูหัวเราะขึ้นมาเป็นบ้าไปเลย!!!
     
    September 19

    บอกกับตัวเองว่า...

     
    ทุกสิ่งผ่านมา.. คงอยู่.. และ (ต้อง) ผ่านไป
    แยกปัญหาเป็นก้อนๆ จัดการมันทีละก้อน
     
    สติเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา
     
    แต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้..
     
    September 17

    โลก ปัญหา หัวใจ และไร้สติ

     
    ตอนที่ 1 : คนเรามีโลกอยู่กี่ใบนักเชียว..
     
    เป็นคำถามที่ยังไม่ได้คิดหาคำตอบ
    ระยะนี้เป็นระยะขี้เกียจคิด.. ยิ่งเรื่องซับซ้อนยิ่งไม่อยากคิด
     
    'หนีปัญหา' จะว่าอย่างนี้ก็ไม่ผิด
    บางครั้งรู้ว่าถ้าทำแบบนี้แล้วจะเจอปัญหา
    คนที่ "ขี้เกียจ" เป็นสันดาน นึกไม่อยากจะแก้ปัญหา
    เหตุผลเพราะเสียเวลานอน เอิ๊กกก..
    ก็จะเลือกที่จะเดินเลี่ยงไปเฉียดทุกสิ่งที่เป็นต้นเหตุของปัญหา
     
    ทีนี้ปัญหาบางอย่างมันดันมาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว
    บางทีก็มาแบบ ค่อยๆ ซึมเข้าไปในความรู้สึกวันละนิด
     
    บางครั้ง "ความอ่อนไหว" ที่ปนมากับความสัมพันธ์ที่ดี
    ก็เป็น "ปัญหา" อย่างหนึ่ง
     
    สรุปว่า "หนีไม่พ้น" ใช่ไหม? (อันนี้แอบถามตัวเอง)
     
    แล้วตกลงว่าเรามีโลกกี่ใบ..
    ไม่เคยนับแฮะ เพราะขี้เกียจ
    แต่ที่แน่ๆ คนพิเศษมักจะไปอยู่กับเราในโลกทุกใบเสมอ
    เพราะไม่ว่าจะขยับไปโลกใบไหน ยังไงก็นึกถึงเขาตลอดเวลา
    และระหว่างเรากับคนพิเศษก็มี "โลก" อีกหนึ่งใบไว้เชยชม
     
    แต่ไม่ว่าจะมีโลกสักกี่ใบ.. ก็ยังมีโลกส่วนตัวอยู่ดี
     
    บางทีเห็น "โลกใบใหม่" กำลังเกิดขึ้นอยู่ข้างหน้า
    ถึงคราวที่ต้องมาตกผลึกความคิดแล้วว่า..
    จะก้าวเข้าไปหาโลกใบนั้นดีไหม..
    ยิ่งถ้าหากว่าโลกใบนั้นดันเป็นโลกคิดว่ามันจะเป็น "ปัญหา" ด้วย
     
    เรื่องนี้ต้องคิดนานแฮะ!!
     
    ตอนที่ 2 : ปัญหาที่ไม่ใช่ปัญหา
     
    บางครั้งการใช้ชีวิตกับบางสถานการณ์
    เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวังมาก
    ยิ่งระวังมาก ยิ่งลน ยิ่งกลัว ยิ่งพะวง สูญเสียความมั่นใจ
     
    "ความกลัว" ทำให้พยายามใช้ชีวิตอย่างมีสติ
    ค่อยๆ เดิน ค่อยๆ ตั้งรับ และค่อยๆ เข้าใจสิ่งที่ผ่านเข้ามาให้รู้สึก
    เพื่อป้องกันก่อนที่บางอย่างจะ "สายไป" เกินแก้ไขเยียวยา
     
    พยายามคิดและคุยกับตัวเอง
    ด้วยการเดินออกมาจากสถานการณ์และสิ่งเร้าตอนนั้น
    มองกลับเข้าไปในฐานะของคนอื่น และตัวของเราเอง
    บางครั้งพบว่า "เรากลัวมากไป"
    บางครั้งพบว่า "สิ่งเร้ามันมากไป"
     
    สรุปว่าจัดการกับความคิดตัวเองไม่ได้
    ทั้งๆ ที่ถามตัวเองอยู่หลายครั้ง
    คำตอบเดิมนั่นแหละ เพียงแต่ว่า บางเรื่องมันมีข้อแย้งได้
     
    หัวใจตัวเอง.. ก็คงมีแต่เราเองที่จะต้องรู้เท่าทัน
    และจัดการให้มันอยู่หมัด!!
     
    ตอนที่ 3 : ไร้สติ
     
    ช่วงนี้รั่วมาก รู้ตัวเองตั้งแต่ความทรงจำสั่นเต่อ
    ลำดับความคิดเป็นการงานไม่ได้
    เบื่อทุกอย่าง หิวการพักผ่อนอย่างสาหัส
    รวมทั้งอยากหลบไปจากผู้คนซักพัก
     
    มีอะไรหลายอย่างให้คิดให้ทำ
    แต่ทุกอย่างลักลั่น ผิดรูป ผิดที่ ผิดทางไปหมด
     
    สติแตก และที่แย่กว่านั้นคือ หัวใจมันเกเร
    นี่แหละบังคับขืนเขากันยากที่สุด
     
     
     
     
    September 14

    คนของเธอ

     
    กรี๊ด...
     
    "ไม่ว่าเธอจะเคยเป็นใคร จะผ่านอะไรมา
    ขอจงอย่าเป็นกังวล นี่คืนคนของเธอ
    ไม่ว่ามันจะเกิดอะไร ต่อจากนี้ไป
    ฉันจะอยู่ดูแลเธอ ด้วยความว่ารัก ด้วยใจ"
     
    ฟังเพลงนี้แล้วอยากมีแฟนอกใหญ่และไหล่อุ่น
    เอาไว้พิง เอาไว้อิงแอบ ..
     
    ไม่แน่ใจว่าหลังจากที่ฟังเพลงนี้หลายรอบแล้ว
    ความรู้สึกจะจมดิ่งกับอดีต หรือโบยบินฝันหาอนาคต
     
    อาจเป็นเพราะส่วนหนึ่งชีวิตเคยมีแผล
    ถึงจะเลิกเป็นแผลสดแล้ว แต่ร่องรอยที่ติดอยู่ในใจ
    เหมือนแผลเป็นที่คอยตอกย้ำความผิดพลาด
    ยากเอาการอยู่เหมือนกันที่จะลืม
    แม้จะให้อภัยตัวเองกับความผิดพลาดที่ตั้งใจเลือกแล้วก็ตาม
     
    แต่เมื่อวันหนึ่งต้องเผชิญหน้ากับใครสักคนที่ "รักเรา"
    แล้วอดีตมันจะยังเป็นอดีตจริงหรือ?
    แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่า...
    (ความผิดพลาดใน) อดีตจะไม่รบกวนปัจจุบัน
     
    ถ้ามีเทพบุตรสักคนเดินเข้ามาแล้วรู้สึกแบบนี้จริงๆ
    อาจจะเป็นการขุดรอยแผลเก่าให้กลายเป็นแผลสดอีกทีก็ได้
     
    เริ่มมองเห็นแล้วว่า "การอยู่คนเดียว"
    น่าจะเป็นการจัดการชีวิตส่วนนี้ได้ดีที่สุด
     
    ที่สำคัญคุณเทพบุตรจะรับได้จริงหรือ? และรับได้ตลอดไปหรือเปล่า?
    เพราะเรื่องจริง เทพบุตรกับเจ้าชาย มีแค่ในนิยาย หรือไม่ใช่??
     
    August 31

    เสียศูนย์

     
    อีกครั้งในชีวิตที่ก่อนนอน..
    แล้วรู้สึกว่า.. มองไม่เห็นอนาคตของตัวเอง
    อีกครั้งในชีวิตที่รู้สึกว่า..
    พรุ่งนี้จะต้องเริ่มทำอะไรก่อนหลัง
    อีกครั้งในชีวิตที่รู้สึกว่า..
    ตื่นมาพร้อมกับอาการซึมเศร้า หดหู่
     
    และอีกครั้งในชีวิตที่ต้องบอกตัวเองว่า..
    สิ่งที่เคยเป็นเคยอยู่ข้างหน้า ต่อไปจะเปลี่ยนทิศเปลี่ยนทาง
    และบางอย่างก็ไม่เหลือให้จับต้องอีก
     
    ทุกสิ่ง ทุกคน ยังคงอยู่และอยู่ต่อไป
    แต่ตัวเราเองที่ต้องขยับเปลี่ยน

    งง เหมือนฝัน เหมือนอะไรก็ไม่รู้ เหมือนโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของจริง
    ขับรถออกมาด้วยอาการน้ำตาซึมตลอดทาง บางทีก็ร้องไห้
    เออหนอชีวิต.. ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว ยิ่งคิดยิ่งหาทางออกไม่เจอ
    อาการอย่างนี้เรียก "ฟั่นเฟือน" ยังเรียกสติกลับมาไม่ได้

    ปากพระร่วงอีกแล้ว..
    บอกว่าปัญหามันแตะมือกันเข้ามาทำให้ปวดหัว
    สุดท้ายต้องแพ้ตัวเอง.. กับบางเรื่องและบางคนที่มีอิทธิพลกับชีวิต
    จัดการไม่ได้จริงๆ ทำอะไรไม่ได้จริงๆ เรียกสติกลับมาไม่ได้อีกแล้ว
    ชีวิตเสียศูนย์ เสียหลัก ขยับอะไรไม่ได้เลย
     
    วันนี้ไม่มีแรงเหลือให้ต่อสู้กับอะไรอีกแล้ว
    ความอดทนเป็นศูนย์ ขอพักใจ พักสมองนิ่งๆ ..เหนื่อยจัง!!
    ..

    บันทึก : 30 สิงหาคม 2550 ระหว่างทางไปบ้านพี่กบ

    เพื่อนรักโทรมาหา "อยู่ไหน อยากรู้แต่ไม่อยากถาม"
    "ขับรถอยู่ กะลังจะไปบางบัวทอง (บ้านพี่กบ)"
    "อ่อ.. กำลังจะขับรถกลับบ้าน!!!" เออ.. ดูมันแดกดันเข้า
     
    บันทึกไว้อีกที วันที่อารมณ์เปลี่ยนสี
    ช้างกี่เชือกก็ฉุดอารมณ์และสติไม่ได้
    ลมพัดแรง หัวใจหล่นหาย (อีกแล้ว)
     
    August 27

    เริ่มต้น

    เริ่มต้นจากวันนี้.. จะเริ่มคิดแต่เรื่องดีๆ
    จะขจัดเรื่องที่รบกวนสมองและจิตใจออก
    ที่ละนิด วันละน้อย..
     
    จะเลิกพูด.. ถ้าพูดแล้วอะไรๆ ไม่ดีขึ้น เหมือนพูดกับก้อนหิน
    จะเลิกฟัง.. ถ้าฟังอะไรซ้ำๆ แบบป่วนรอยหยักสมอง
     
    จะใช้สติในการบรรเทาตัวเองจากความเศร้าทั้งปวง
     
     
     
     
    ปล. โหลดรูปใน space ไป 3 album
     
     
     
     
    August 24

    ก้อนปัญหา

     
    วันที่ต้องเจอกับปัญหา
    สิ่งแรกที่จะต้องทำคือ ตั้งสติ
    แล้วแยกปัญหาออกเป็นก้อนๆ
     
    แก้ปัญหาแต่ละก้อนตามลำดับความสำคัญ
    ถ้าแก้ไม่ได้ ก็ให้ยืดอกรับผลที่จะเกิดขึ้น
    ไม่ว่าจะเป็นด้าน "ดี" หรือ "เลว" อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
     
    บางก้อนของปัญหามีตอนจบที่ไม่สวยงาม
    และไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวังมากนัก
    แต่ขอให้..บอกกับตัวเองว่า ไม่ว่าจะ "ดี" หรือ "เลว"
    นั่นคือผลลัพธ์.. ที่เราต้องยอมรับ
     
    บางอย่างที่สุดความสามารถแล้ว
    อย่าเสียใจ สุดท้ายทุกอย่างก็ต้องจบลง
    อาจจะเสียใจ.. แต่ไม่ก็ไม่นาน..แล้วทุกอย่างจะดีเอง
     
     
    August 22

    บทพิสูจน์

     
    "ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน" 
     
    พิสูจน์ได้จริงหรือ? ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้อยู่กับที่
    แม้แต่โลกบูดๆ เบี้ยวๆ ใบนี้ก็ตามที่เถอะ ยังหมุนทุกวัน
     
    ตอนนี้บางอย่างเปลี่ยนไป ใบไม้เปลี่ยนสี
    ฤดูเปลี่ยน ยิ่งตอนนี้ยิ่งเปลี่ยนแบบมั่วๆ งงๆ
    ใจคนจะไปไหนเสีย.. หาความมั่นคงยากขึ้นตามสภาวะโลก
     
    กับความสัมพันธ์เมื่อถึงจุดเปลี่ยน
    บางครั้งเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหาความนิ่งและจุดยืนไม่ได้
    ยิ่งเปลี่ยนเพื่อทำลายล้าง ไม่ใช่เปลี่ยนเพื่อก่อความสุข
    จุดเปลี่ยนแบบนี้เรียก "พลังการทำล้าย"
     
    คนบางคน เดี๋ยวก็เปลี่ยนไป เดี๋ยวก็เปลี่ยนมา
    เปลี่ยนใจ เปลี่ยนอารมณ์
    พัดเอาใบไม้ดอกไม้ที่อยู่บนต้นร่วงกระจาย
    เสียหาย.. หมดไม่มีเหลือ
     
    นี่แหละ ลมเพลมพัด..
    และยิ่งพัดแรงเป็นพายุ
    ทำร้ายใจคนอื่นแบบไม่ทันตั้งตัว
     
    ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบไหน
    เราก็ไม่มีสิทธิ์ไปคุกคามคนอื่น
    ไม่มีสิทธิ์ไปอ้างว่า "ลืมตัว" หรือแค่ "เผลอใจ"
    เพราะส่งเหล่านี้ คอยจะทำร้ายและทำลายคนรอบข้างอยู่ร่ำไป
    ไม่มีจบสิ้น.. เสียดาย เสียดาย
     
    ถ้าความเจ็บปวดที่ก่อเค้าก่อตัวมาจากความ "ลืมตัว"
    แล้วพัดเอาความ "เห็นแก่ตัว" ให้กระทบกับคนอื่น
    แล้วร่ำร้องให้ทุกอย่างเป็นไปตามใจต้องการ
    ไม่ว่าสิ่งนั้นจะนำมาซึ่งความเจ็บปวดและเสียใจแค่ไหนก็ตาม
    มันทำให้ตอกย้ำความมั่นใจได้แล้วจริงหรือ
    มันทำให้อุ่นใจตลอดไปได้ไหม - - ถ้าหนทางข้างหน้าคือความเดียวดาย
     
    กลอนบทนึงที่เคยอ่านมาตั้งแต่เด็ก
    "หากวันวานไม่มีค่า วันข้างหน้าก็ไม่มีความหมาย
    ในเมื่อวันนี้ไม่มีความจริงใจ จะคบกันทำไมให้เสียเวลา"
     
    กับความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น
    มันพิสูจน์ได้หรือยังว่า "ความจริง" คืออะไร
    กับความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น
    ทำให้ "เชื่อใจ" กันหมดเปลือกพอหรือยัง
     
    หรือที่ผ่านมายัง "เสียหาย" ไม่พอ
     
     
     
    August 21

    up date ชีวิตตัวเอง

    เมื่อคืน..
    "พี่ม่วง ใหม่เข้า space พี่ม่วงได้คนเดียวในโลกใบนี้อ่ะ"
    หลังจากหงุดหงิดกับการเข้าสเปซไม่ได้มากว่า 2 สัปดาห์ 
     
    คราวก่อน.. ก็พูดบอกประมาณนี้เหมือนกัน
    วันรุ่งขึ้นเข้า space ตัวเองและ space คนอื่นได้ในบัดดล
     
    วันนี้ก็เป็นเหมือนเดิม เอิ๊กก.. นึกคำอีพี่หนูว่า
    "เฮ้ย พี่ม่วงแกเนี่ย ไปตกลงอะไรกับไมโครซอฟต์ป่ะวะ"
     
    ก็ไม่รู้พรุ่งนี้ยังจะเข้าได้อีกไหม? จบเรื่องสเปซไปฃ
     
    ..
     
    up date ชีวิตตัวเอง
     
    ชีวิตกลับเข้าฐานได้แล้ว ถึงน็อตยังจะหลวมอยู่ก็ตามทีเถอะ
    ถ้าไม่มีอะไรมากระทบแรงๆ ก็คงอยู่กับที่ได้อีกพัก
    และอีกไม่นานจะแข็งแรงเหมือนเดิม
     
    บอกตัวเองให้เข้มแข็งไว้ ยืดหยัด และมั่นคงให้มาก
    คนที่มั่นคงจะต้องผ่านจุดที่เละเทะไปได้ดีที่สุด
     
    ถ้า "เปลี่ยน" คนอื่นไม่ได้
    ก็ "เปลี่ยน" ที่ตัวเอง
    แต่บางเรื่อง "เปลี่ยน" ตัวเองไม่ได้
    ก็ปล่อยมันไหลทิ้งไปกับกาลเวลา
     
    ความผูกพัน จนเกิดเป็นความรัก
    คงจะพอ "ซึมซับ" สิ่งที่ดีๆ ไว้กับตัวเองบ้างในเวลาคับขัน
    "รอ" เพื่อ รื้อฟื้น และรีไซเคิล ความรู้สึก
    ยังเชื่อเสมอว่าระหว่างเรามันไม่ใช่แค่ "คนรู้จัก"
    และมันไม่ได้ผ่านมาเพื่อผ่านไป ง่าย - ง่าย
     
    หวังว่า.. จังหวะชีวิตที่ดีคงหมุนเข้ามาให้เราได้เริ่มต้นใหม่
     
     
     
    August 12

    สิ่งแปลกปลอม

     
    ตัดสินใจเลิกยุ่งกับ "บางเรื่อง" ของ "บางคน"
    ไม่ยุ่งนี่ แบบไม่ยุ่งอย่างถาวรเลย
    ไม่อยากให้ตัวเองเป็น "สิ่งแปลกปลอม"
    หรือต้องอยู่ในสถานการณ์ที่วุ่นวาย
     
    บางครั้งต้องอยู่กับคนที่ซับซ้อนซ่อนอะไรไว้สารพัด
    และยังทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากอีก
    เจออย่างนี้มันเหนื่อยเกินไปอย่างไร้เหตุผล
     
    เอาเป็นว่าจะมองก็ต่อเมื่อเปิดให้ดู
    จะรู้ก็ต่อเมื่อเล่าให้ฟัง..
    อยากให้เห็นเป็นแบบไหน.. ก็จะเห็นให้เป็นแบบนั้น
    อยากให้เชื่อแบบไหน.. ก็จะเชื่อในแบบนั้น
     
    gallery : ถ่ายจากใต้กะลาที่บางบัวทอง 12 August 2007
     
      
     
     
     
      
     
      
     
    August 11

    บันทึกสอนตัวเอง

     
    เขียนที่ห้องใต้กะลา บางบัวทอง : 22.13 น.
     
    อยากบันทึกบางเรื่องราวที่ไม่ค่อยอยากจะให้เกี่ยวกับความทรงจำ
    ไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้ (อีกแล้ว) ไอ้อาการที่หลุด และรั่ว
    ไม่ได้อย่างใจไปเสียทุกอย่าง อะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด
    สับสนไม่รู้ว่าอะไรเป็นต้นเหตุ ทุกอย่างมะรุมมะตุ้มไปหมด
     
    สิ่งที่ต้องบันทึกไว้สอนตัวเอง (บอกตัวเองในวันที่มีสติครบถ้วน)
    หนึ่ง เอาใจเขามาใส่ใจเรา สิ่งไหนที่เราไม่ชอบอันเป็นพื้นฐาน
    คนอื่นก็ไม่ชอบเหมือนกัน ฉะนั้น อย่าทำ
    สอง อย่าทำร้ายความรู้สึกของคนที่รักเราด้วย "ความรัก" ของเขาเอง
    สาม อย่าสร้างโลกส่วนตัวของตัวเองจนคนที่อยู่ใกล้ อยู่ด้วยไม่ได้
    สี่ อย่า "หลอก" คนอื่น แม้เพียงเพื่อเหตุผลเล็กน้อย แค่ให้ตัวเองสุข
    ทั้งที่สุขนั้นไม่ยั่งยืน..
    ห้า อย่ายัดเยียดความรู้สึกทุกอย่าง.. แค่แบ่งปันกันบ้าง แค่นั้นพอ
     
    ถ้าสิ่งที่ไม่ดีทั้งหมดที่ว่ามา
    อาจ "แลก" สิ่งดีๆ ไปจากชีวิต
    แล้วเรายังจะทำมันอีกไหม?
     
    วันนี้ห้าอย่างพอแล้ว..
    ค่อยๆ ทำทีละนิด..
    กับบางคนค่อยๆ รักจะได้ไม่สำลัก
    กับบางคนค่อยๆ ลืม จะได้ไม่ทรมาน เอิ๊กก..
     
     
     ปล.ขอบคุณเจ้าของบ้านงามๆ อีกที
    สำหรับความปรานีที่เปิดกะลาให้หมูเข้ามาอาศัยนอน

    เราจะ "รักกัน" น้อยลงจริงหรือ?

     
    เข้า space ได้เอาตอนที่ไม่มีอะไรจะเขียน
    เหมือนมาได้อะไรเอาตอนที่ "สาย" ไม่ทันกับที่ต้องการ
    และเหมือนที่ใครหลายคนอารมณ์ดี้ ดี ตอนคนอื่นเค้าอารมณ์เสียแล้ว
    พอกัน ทั้งเทคโนโลยีและคน!!
    .
    .
    มีบางอย่างให้คิดให้ตัดสินใจ
    เหมือนต้องเลือกระหว่าง "ชีวิต" และ "ลมหายใจ"
    ที่จริงไม่ต่างกันเลย.. เพราะชีวิตก็คือลมหายใจ
    แต่ทำไมต้องเลือกก็ไม่รู้.. ใจหายชอบกล
     
    ใจหายตั้งแต่ตอนที่ต้องเลือก
    ใจหายตั้งแต่ถามคำถามคนอื่นไป
    ใจหายที่สุดตอนที่ได้ยิน "คำตอบ"
     
    บอกแล้วว่าเกลียดการต้องเลือก
    โดยเฉพาะการเลือกที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของชีวิต
    และบางสิ่งที่ขึ้นชื่อว่า "เลือก" ที่จริงแล้วต้องเลือกต่างหาก
     
    และเมื่อต้อง "เลือก"
    ถ้าคนที่เรารัก จะรักเราน้อยลง ก็คงทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้
    และเมื่อต้องเลือก.. ถ้าบางอย่างจะเปลี่ยนไป
    คงต้องก้มหน้ายอมรับ..
    ถ้าความรักมันจะ "เบาบาง" ลง ก็คงต้องทำใจ
     
    ถ้าวันนั้น..มาถึง
    เราจะ "รัก" กันน้อยลงจริงหรือ?
    เราจะ "ลืม" กันได้จริงหรือ?