KaowMai's profileLittle Moo's spacePhotosBlogLists Tools Help

Little Moo's space

a little world to love and beloved. ถ้ามีคนหนึ่งที่ดูไม่ค่อยน่าสนใจ มาขอ "รักเธอ" จะยอมไหม?
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 

KaowMai P.

Occupation
Location
Interests
i'm "Someone Not so Special"

Windows Media Player

October 12

งอน

 
ตั้งแต่กลับจากปัตตานีมา
แทบจะไม่ได้อยู่ห่างกับพี่ๆ ฝูงขมิ้นเลย
 
คืนแรก นอนบ้านพี่กบ
คืนที่สอง นอนบ้านพี่กบ
คืนที่สาม มานอนรวมกันที่สามเสน
คืนที่สี่ นอนคนเดียว แต่ป้าสองคนนัดไปดูหนังกัน
 
คืนนี้ ลูกผีลูกคน แต่ควรจะนอนบ้านตัวเองดีที่สุด
 
คืนพรุ่งนี้.. ลูกผีแน่ๆ เอิ๊กกก.. ไม่นอนบ้าน
 
วันจันทร์ที่ผ่านมา ได้ซิมกลุ่ม โทรหากันฟรีภายในกลุ่ม 5 เบอร์
เลยรักกันทุกวันเลย..
 
วันนี้.. เสียงโทรศัพท์ดัง..
"กำลังคิดถึงพอดีเลยพี่"
"แหม.."
แล้วก็คุยๆๆๆ
 
ตอนเที่ยง.. ออนเอ็ม
พี่กบลากไปหาพี่นกในจอเดียวกัน
ขม : คิดถึงพี่โน้กกกกก
พก : แหงะ... คุยกะกรูอยู่ตั้งนาน มิพูดซักคำ
 
ดู (มัน) พี่เค้าทำ!!
 
พก : พวกนี้ รักพี่ไม่เท่ากัน
ขม : หนูบอกพี่ตั้งกะคำแรกที่พี่โทรหาหนูแล้ว
ขม : พี่แหละ รักน้องไม่เท่ากัน
พก : อ่าวววว เหรอ
ขม : งอน
 
พอดีโดนเฝ้าหางเต่า จึงไม่ได้คุยอีก แต่ save ไว้อ่านช่วงตกยุค
ใจร้ายที่สุด ไม่มีใครสนใจน้องเล้ยยยย..
 
ตกบ่ายโทรหา พี่กบ
"ฮาโหล พี่ ไม่ง้อหนูหรอ?"
"ฮ่า ก๊ากกๆๆๆๆๆๆ"
"ขำไรฟะ หนูงอนนะ ทำไมไม่มีใครง้อล่ะ"
"ก๊ากก ง้อไปแล้วก็เห็นเงียบ เลยเม้าต่อ"
"เลว!!"
"นี่โทรมาให้พี่ง้อหนูนะเนี่ย"
"ก๊ากกกก ฮ่าๆๆๆ" บ้าไปแล้ว
 
ออนไลน์เจอพี่นก
ขม : พี่นก หนูงอนอ่ะ พี่กบเค้าไม่ง้อหนูเลย
พน : แกก็บ่นๆ แต่แกเข้าใจนะ ว่าเรางอนเล่นๆ น่ะ
ขม : งอนจริ้งงงง.. แต่พี่กบไม่ง้อ
 
พี่กบโทรมา..
"ฮาโหล ว่าไงคะ" คุยๆๆๆๆ
"พี่ นี่พี่จะไม่ง้อหนูจริงๆ เหรอ?"
"ก็ง้ออยู่นี่ไงเล่า ไม่งั้นจะโทรมาหรอ"
แว๊กกก.. ไอ่พี่ขี้หมา
 
ตบท้ายด้วยการหยอดเอ็มมา
ยังมิได้ตอบกลับไป..
"พี่จ๋า หนูไม่ได้โง่นะ" เอิ๊กกก..
 
 
 
 
 
 
October 09

กลัวใจ (ตัวเอง)

 
(เหตุเกิดเมื่อ) 7 ตุลาคม 2550 : ระหว่างทางกลับกรุงเทพฯ
เกิดอาการคิดถึงคนรักเก่าขั้นรุนแรง เหมือนคนเป็นบ้า
ไม่รู้ฮอร์โมน หรือต่อมอะไรโดนกระตุ้น
ไม่รู้ว่าอะไรเป็นเหตุหรือปัจจัยที่มากระตุ้น
รู้แค่ความรู้สึกแบบนี้น่ากลัว และไม่เคยเป็นมาก่อนตั้งแต่ "เลิกคบ" กัน
.
พยายามจะเอาชนะใจตัวเองด้วยการเบี่ยงเบนความสนใจ
ท้องฟ้า ต้นไม้ ใบหญ้า รถรา ทั่วถนนก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย
หัวใจมันดื้อด้าน เอาแต่จ้องจะคิดถึงเขาอย่างร้ายกาจ
.
ความรู้สึกตอนนั้นคือ "กลัว" มากกว่า "ความละเมียดละไม"
เพราะไม่รู้ว่าไอ้อาการย้ำคิดย้ำทำของอารมณ์คิดถึงที่เป็นอยู่
มันมาจากไหนได้มากมายมหาศาล
คิดถึง โหยหา และไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจาก ย่ำ (คิดถึง) อยู่กับที่
.
นี่คงเป็นอีกอาการหนึ่งของ "สติแตก"
กว่าจะผ่านชั่วโมงเหล่านั้นมาได้ แทบอยากจะเอาหัวตัวเองโขกพื้นถนน
.
ตลอดเวลาที่ผ่านมาแค่ "กลัวใจตัวเอง" ก็แทบแย่
มาวันนี้ได้รู้จัก "ความกลัว" ใหม่ขึ้นอีกรูปแบบหนึ่ง
ต่อให้ความรู้สึกทั้งหมดอยู่บนพื้นฐานของความรัก
อย่างไรเสีย.. ก็ไม่นึกอยากจะมีอารมณ์แบบนี้อีกแม้แต่ครั้งเดียว
 
October 06

ว่ายทวนน้ำ

 
กิจวัตรไม่ประจำวัน ในระยะ 5 วันที่ผ่านมา
โปรแกรมทำโน่นนี่ยาวเหยียด ไม่เว้นกระทั่งเรื่องกิน
แต่เอาเข้าจริง ทุกอย่างกลับตาลปัตรหมด
 
ตื่นเช้า แล้วค่อยๆ สายขึ้นทุกวัน
จัดการเรื่องยาย จัดการอาหารมื้อกลางวัน
จัดการธุระเรื่องในส่วนของแม่
แทบไม่น่าเชื่อ สิ่งละอัน พันละน้อย
ยังไม่ทันหย่อนก้นก็หมดวันอีกแล้ว
เรื่องส่วนตัวที่คิดที่วางไว้ เป็นต้องเลื่อน หรืองดไปโดยปริยาย
 
ตกเย็นถ้าไม่ไปกินข้าวนอกบ้าน ก็ต้องเตรียมอาหารเย็น
ถ้ามีธุระ ก็ต้องพาแม่ออกไปธุระ ถ้าไม่มีก็โชคดี ฟรีหน่อย
 
แต่เดิมตั้งใจจะเก็บตู้เสื้อผ้าของตัวเอง
ส่วนที่ไม่ใช้ จะแยกพักเก็บใส่ลังพลาสติก
ตั้งใจจะเก็บหนังสือลงลังพลาสติก จะได้ไม่มีมุมเก็บฝุ่นในห้อง
เก็บของรกๆ ให้เข้าที่เข้าทาง ทิ้งอะไรที่ไม่ได้ใช้
 
ตั้งใจจะซื้ออุปกรณ์เย็บปัก แทนอันเก่าที่หายสาบสูญ
ตั้งใจจะแวะไปเยี่ยมเพื่อนบ้าง แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ไปไหน
 
พรุ่งนี้จะกลับกรุงเทพฯ อยู่แท้ๆ
วันนี้ยังไม่ได้ทำอะไรเรื่องของตัวเองอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
เช่น เก็บของ เตรียมของฝาก เตรียมของที่จะต้องเอากลับไป
 
วันก่อนสั่งน้าให้เก็บลกยางป่า และยางพาราไว้ให้จะแวะไปเอาตอนกลับ
ดูเหมือนจะเป็นเรื่องส่วนตัวเรื่องเดียวที่ทำสำเร็จ
 
ระยะนี้ สิ่งที่เจอบางเรื่องก็เหลือทน
รู้สึกได้เลยว่ากำลังว่ายทวนน้ำ ฝืนสังขาร ฝืนจิตใจ
แม้สิ่งที่ทำจะเป็นสิ่งที่ถูกที่ควรก็ตาม
แต่ธรรมชาติจริงๆ ของตัวเรามันไม่ใช่แบบนั้น
 
ว่ายทวนน้ำนั้นแสนเหนื่อยเหนื่อย..
แต่นั่นหมายถึงสัญลักษณ์ของการมีชีวิตอยู่
แทนการปล่อยร่างนิ่งให้ไหลไปตามน้ำ
 
October 03

บันทึกลับ : บางสิ่งในใจ


เปลี่ยน :
การได้มาเจอหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตที่ทั้งทีและร้าย
บางทีมันก็สอนเราได้เยอะ
กับบางคนที่ค่อยเขยิบจากห่างๆ มาเป็นคนใกล้ชิด
รู้จักกันมากขึ้น รักมากขึ้น และบางครั้งอาจจะมีเสียใจมากขึ้นด้วย
แต่สิ่งเหล่านี้ มันมีอยู่จริง
 
พี่ๆ ขมิ้นเมรี : ความมหัศจรรย์ที่เปลี่ยนแปลงแค่ไหน อย่างไร
สิ่งหนึ่งที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลานั่นคือความรู้สึก "ผูกพัน" และ "รัก"
สัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มมีความคิดแปลกๆ เกิดขึ้นกับตัวเอง เป็นต้นว่า..
(พวก) เราเจอกันช้าไป (ไหม?)
เวลา (ที่มีความสุข) มันไม่คอยท่า หัวเราะได้หน่อยเดียวก็หมดอีกวันแล้ว
และยังรู้สึกว่า.. เวลาของเราเหลือน้อยจัง
ก็แรกที่เจอกันปาเข้าไปครึ่งชีวิต ค่อนชีวิตเข้าไปเสียแล้ว
ทีนี้อาการคิดมากตามมา..
ระหว่าง (พวก) เรา ดีต่อกันมากพอไหม?
หลายครั้งที่รู้สึกว่าตัวเองดีไม่พอกับคนอื่น ความคิดนี้เน่า แต่ก็คิด
(พวก) เรามาจากคนละทิศละทาง
อาศัยแค่สายโทรศัพท์ที่พ่วงโมเด็มเข้ากับคอมพิวเตอร์มาเจอกันแค่นั้น
แต่วันนี้ มันไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่มันคือใจที่ซื้อใจกันมา
มีทั้งโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม และสะสมแต้มด้วย
ด้วยความงกส่วนตัว.. จึงรู้สึกเสมอว่า ถ้าเริ่มทำแต้มนานกว่านี้
ยอดคงทะลุ แลกของสะสมได้มากกว่านี้..
 
วันนี้.. พื้นที่ส่วนหนึ่งในชีวิตถูกแบ่งให้กับความเป็น "พวกเรา"
จะว่าเป็นโลกอีกหนึ่งใบก็คงไม่ผิดนัก เป็นโลกใบรองที่โตเกือบจะเท่าโลกใบหลักเสียแล้ว
โลกอีกใบที่ติดตามเราไปทุกที่ ทั่วโลก ทั้งหลับ ทั้งตื่น ทั้งตอนที่มีความสุขหรือตอนที่เสียใจ
นี่เป็นอีกโจทย์ที่ฟุ้งซ่านว่า.. รักษาโลกใบนี้อย่างไรให้อยู่นานๆ
แล้วที่รู้สึก ที่ผูกพันกันอยู่ตอนนี้ มันจะมากเกินไปไหม?
แล้วแค่ไหนถึงจะพอดี เอาแค่ไม่ให้มิตรภาพหล่นหาย
บางสิ่งที่มีอยู่ในตัวแต่ละคน ล้นๆ ขาดๆ บ้าบ้าง ดีบ้างไปตามประสา
แม้แต่อารมณ์และโทสะ ก็ติดๆ ดับๆ ไม่เว้นแต่ละชั่วโมง
บางครั้งทำเอาหัวใจหล่นหาย..

พี่กบ : มหัศจรรย์หมายเลข 42
พี่กบเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับต้นๆ ในชีวิตที่ได้เจอ
เป็นคนที่ชีวิตอินังขังขอบ ทุกอย่างต้องเป็นระเบียบ เรียงลำดับ แยกประเภท และต้องควบคุมได้
เป้นคนที่มีตารางในการดำเนินชีวิตของตัวเอง เพื่อให้ตัวเองแหกคอกเองได้อย่างหน้าชื่นตาบาน
 
พี่กบเป็นคนที่มีสองขั้วในตัวเอง.. สองขั้วที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
กับบางเรื่องในกระบวนการคิดและตัดสินใจ พี่กบทำได้ดีพอๆ กับการอาละวาดในวันที่ไร้เหตุผล
เป็นคนใจเย็นที่ใจร้อนที่สุด
เป็นคนนิ่งที่อารมณ์แปรปรวนได้อย่างร้ายกาจ
เป็นคนดุที่ออดอ้อนคนรอบข้างได้อย่างสนุกสนาน
ฯลฯ
 
กับหลายสิ่งที่ได้เจอ บอกได้คำเดียว มหัศจรรย์
 
พี่นก : มหัศจรรย์หมายเลข 37
พี่นกเป็นคนที่มีเซอร์ไพรส์กับทุกคนมากที่สุด
ภาพความนิ่ง เยือกเย็น สยบทุกอย่าง
เริ่มส่อเค้าความจริงเมื่อหลายสิ่งเริ่ม "แตก" และ "หัก"
พี่นกรอบรู้ เป็นเอนไซโคพิเดียกับทุกคน
และมีความเป็น "แม่" อย่างสูงในการดูแล "ลูกนก" อย่างพวกเรา
 
พี่นกเป็นคนที่ยืดยกยอมรับ และกล้าพูดความจริงกับสิ่งที่ตรงกับใจ
รักก็คือรัก ผิดก็คือผิด กล้าบอกรัก และกล้าขอโทษ
ถึงบางครั้งต่อมจะแตกและรั่วไปบ้าง
แต่นี่คือเสน่ห์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้ว
 
พี่ทัย : มหัศจรรย์หมายเลข 33
ผู้หญิงที่ดูนิ่ง หยิ่ง และเฉย พกความมาดแมนดุดันภายใต้สีชมพู
แม้จะยืนยันว่าไม่ได้ชอบสีชมพู แต่ตราบใดที่เสือร้อง "เมี้ยว"
เราก็ยังถือเอาว่าเธอเป็นเสือคิตตี้ สีชมพู แอบซ่อนความหวานเอาไว้ในซอกหูนั่นแหละ
ถึงบางทีพี่ทัยอาจจะงงบ้าง สับสนบ้าง รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง หรือรุ้แล้วทำเป็นไม่รู้ก็บ่อย
แต่หลายครั้งพี่ทัยมีวิธีคิดอย่างฉลาดในการแก้ปัญหา
มีวิธีมองโลกแบบกลับหลัง กลับด้าน หรือโก้งโค้งมองโลก ทำให้เห็นโลกในมุมที่ต่าง
 
พี่ทัยเป็นผู้หญิงพันธุ์อึด.. ที่ซ่อนความละมุนเอาไว้ข้างใน
กว่าจะเผยความหวานออกมาก็ใช้เวลาหลายปี
แต่ถึงจะงง หรือจะก่ง ก๊ง แต่สำหรับพวกเราแล้ว
พี่ทัยก็เป็นผู้หญิงที่ "หัวใจสวย" ที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเหมือนกัน
 
ถึงจะดุบ้าง บางทีก็บ้า บางทีก็หวาน และดื้อตาใส
เสน่ห์เพี้ยนๆ แบบไร้สำเนา คงเหลือเพียงต้นฉบับคนเดียวในโลกนี้..
แต่เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมเด็ดขาด
 
 
กับช่วงเวลานึงในการรู้จักและใช้เวลาร่วมกัน
ยังไม่เคยมีครั้งไหนที่รู้สึกว่า "รักน้อยลง" เลย นอกจากเพิ่ม เพิ่ม และเพิ่ม
เพิ่มจนออกจะนึกกังวล หาเรื่องทุกข์ใจเกินกว่าเหตุถึงความเปลี่ยนแปลงตามจังหวะชีวิต
ทั้งๆ ที่รู้ว่าที่จริงชีวิตของใครของมัน และคงมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ถ้าขาดใครไปคนใดคนหนึ่ง
แต่ก็ไม่อยากให้ขาดหายใจ แต่ก็ไม่รู้จะอยู่ (อย่างขาดๆ ) อย่างไร ถ้าไม่มีกันและกันอย่างวันนี้

โลกของเราไม่ใช่โลกสมมติ ทุกคนจับต้องได้ และมีอยู่จริง
อะไรที่ขาดไปบ้าง ให้ลองนึกว่า ความโหยหา ก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง
อะไรที่เกินไปบ้าง ก็เปลี่ยนความคิดเป็นว่า
การมีคนให้ "รำคาญ" ดีกว่าดีใจแล้วไม่รู้จะเล่าใคร
หรือ "เสียใจ" แล้วไม่รู้จะอุ่นใจกับใคร
 
เมื่อโกรธก็โกรธ อึดอัดก็เดินเลี่ยง
หิวก็กิน ง่วงก็นอน คิดถึงก็มาหา
รักแล้วก็บอก.. ผิดก็ขอโทษ

รักแล้วต้อง (ช่วยกัน) ทะนุถนอมรักษา
หัวใจแค่ก้อนเนื้อบางๆ ดูแลเอาใจใส่กับบ้างพอให้แข็งแรง (ไม่ต้องถึงขนาดเสริมใยเหล็ก)
สิ่งที่จะพยุงชีวิตผิดรุปแบบให้เดินไปด้วยกันได้คือ ความรัก ความเชื่อใจ
เข้าใจ และยอมรับในสิ่งที่แต่ละคนเป็น
แม้ความ "โดดเดี่ยว" จะเต็มไปด้วย "อิสระ" แค่ไหน ก็ไม่พิสมัยจะจมกับมัน
อย่างไรเสียก็เลือกที่จะมี พวกพี่ ตลอดเวลาดีกว่ามากมายก่ายกองมหาศาล!!
 
 
 

 
September 29

ต้นไม้เอเลี่ยน

 
วันอาทิตย์ที่ผ่านมา.. ไปเดินชมสวนกับพี่ๆ เมรี
ได้ต้นไม้กันมาพอสมควร..
 
คืนนั้นก่อนจากกัน พี่กบบอกว่า "เค้าซื้อต้นไม้ให้พวกตัวเองคนละต้นแหละ"
อันที่จริงพี่กบบอกชื่อต้นไม้พันธุ์นี้แล้ว นัยว่าชื่อเป็น "มงคล" สุดฤทธิ์
 
ส่วนอันที่ไม่จริงก็คือว่า.. ต้นไม้มันมีผีสิงนั่นเอง
ถ้าไม่ใช่ต้นไม้ผีสิงก็ต้องเป็นต้นไม้เอเลี่ยนแน่ๆ
 
ด้วยพื้นที่จำกัดของคนกรุงฯ ระเบียงไม่มีซักล้าง
ต้นไม้จึงจำใจจะต้องมาทนเหม็นอยู่ในห้องน้ำ.. หน้าชักโครก
 
วันจันทร์ เริ่มรู้สึกต้นไม้มันแปลกๆ ชอบกล
วันอังคาร รู้สึกเหมือนผีหลอกหรือเปล่า ใครหว่ามาหมุนต้นไม้เรา
วันพุธ เห็นช่อที่เป็นดอกพุ่งอวดใบวัยขบเผาะ เขียวอ่อน อวบนัก เริ่มยาวกว่าสองวันก่อนมาก
วันพฤหัสฯ เริ่มคุยกับพี่กบ พี่กบว่า "ต้นไม้นี่มันโตไวจริงๆ ง่ะ"
วันศุกร์ ทนไม่ได้กับการแผ่กระจาย แพร่พันธุ์โตไว และทิศทางที่ดอกหมุนเปลี่ยนไปมา
จากซ้าย ไปขวา จากหน้าไปหลัง ราวกับมีคนมาแอบแต่งวาง
 
ต้องจับผิดมันให้ได้ !!!
 
หยิบกล้องมาเก็บภาพเล็งมุมได้ 3-4 รูป ก่อนนอน (ประมาณเที่ยงคืน)
 
  (สังเกตดอก พิงชิดผนัง)
 
ระหว่างเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนราวๆ ซักตี 3 ดอกเริ่มเปลี่ยนทางอย่างเห็นได้ชัด
 
เย้ยยยยย.. ต้นบ้าไรฟะ อย่างนี้ไม่ธรรมดา
สมองคิด แต่ไร้อารมณ์จะมากดชัตเตอร์ตอนนี้แน่ๆ
 
กระทั่งเช้า.. ดอกเปลี่ยนทิศทางอย่างเห็นได้ชัดราวกับผีหลอก
 
 (ดอกมันหมุนมาแว้วววว..)
 
ไม่ก็เป็นต้นไม้จากดาวดวงไหนซักดวง
ฤาจะเป็นต้นเอเลี่ยน..
 
พระเจ้า ต้นไม้มีชีวิตก็จริง
แต่มีชีวิตขยับโตไวอย่างนี้ก็น่าคิด
จะแบ่งเซลล์ได้ และสุดท้ายก็ครอบครองโลกหรือเปล่าก็ไม่รู้